the beauty of nature

มองแดนซากุระ–ดอกซากุระกับคนญี่ปุ่น (2)

ภาพดอกซากุระกำลังบานในโตเกียว ดอกซากุระ ถ้าหยิบมาดูและวางบนฝ่ามือ  จะมีสีชมพูอ่อนแทบจะเป็นสีขาว  แต่เมื่ออยู่บนต้น จะมีสีชมพูที่เข้ม และสวยงาม    ครั้งแรกที่ดิฉันมีโอกาสเห็นดอกซากุระในดินแดนอาทิตย์อุทัย มีความรู้สึกเหมือนฝัน เพราะเคยเห็นจากรูปภาพในหนังสือ หรือไม่ก็จากโปสการ์ดที่เพื่อนญี่ปุ่นส่งมาให้ดู หรือไม่ก็เห็นจากในหนังสือวารสารต่างๆของญี่ปุ่น แต่นี่กำลังจะเป็นครั้งแรกในชีวิตทื่ดิฉันจะได้ยลโฉมดอกซากุระที่เขาว่ากันว่า สวยงามมาก นอกจากนั้น ซากุระซึ่งเป็นดอกไม้ที่ใครๆก็รู้จักกันแล้ว ยังถือว่าเป็นดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่น สำหรับคนที่เคยไปญี่ปุ่นเพียงแค่หลับตา ก็คงจะมองเห็นภาพที่สวยงาม ของดอกซากุระ ที่บานเต็มต้น สองข้างทางในสวน อุเอะโนะ (ueno kooen) หรือในสวน อิโนะคะชิระ (inokashira kooen) […]

ต้นกล้วย บะโช

บะโช กระท่อมน้อย และต้นกล้วย (ตอนจบ)

จากบทกวีนี้ เราคงจะเห็นได้ว่า เขามีความสัมพันธ์ทางด้านจิตใจที่แน่นแฟ้น ตลอดจนความรู้สึกร่วมกับต้นกล้วยซึ่งปลูกไว้หน้ากระท่อมของเขา คงเป็นเสมือนเพื่อนคนเดียวของเขาในคืนฝนตก คนที่ไปมาหาสู่เขา ส่วนใหญ่คงจะมองเห็นต้นกล้วย เพราะปลูกสูงโด่เด่อยู่หน้ากระท่อม คนที่ไปมาหาสู่เขาคงมองว่า ต้นกล้วยนั้นก็คงเป็นเพียงต้นกล้วยธรรมดาต้นหนึ่งเท่านั้น บางคนอาจจะเห็นความผูกพันที่เขามีต่อต้นกล้วยที่ปลูกหน้ากระท่อมของเขาว่าคงไม่ใช่ต้นกล้วยธรรมดา หลังจากที่เขาย้ายเข้าไปอยู่ในกระท่อมหลังนั้น คนที่ไปมาหาสู่บะโช จะเรียกว่า ‘กระท่อม’แต่พอเห็นว่าบะโชมีความผูกพัน และรักต้นกล้วยต้นนั้นอย่างมาก คนที่ไปมาหาสู่ก็เลยตั้งชื่อกระท่อมหรือบ้านพักของเขา เวลาที่พูดถึงกระท่อมของเขาว่า  บะโช 芭蕉(ばしょう) หรือ ‘ต้นกล้วย’ จากนั้นมา คนที่ไปมาหาสู่แทนที่จะเรียกว่า ‘กระท่อม’กลับเปลี่ยนไปใช้ชื่ออาจารย์ที่สอนบทกวีให้พวกเขาว่า ‘อาจารย์ บะโช’หรือ ‘อาจารย์ต้นกล้วย’ นั่นเอง ซึ่งบะโช เองก็ไม่ปฏิเสธเวลาที่คนเรียกเขาจากชื่อเล่นนี้ เพราะตัวเขาเองก็มีใจรักผูกพันกับต้นกล้วยต้นนั้นอย่างมาก จากนั้นมาชื่อ  บะโช 芭蕉(ばしょう)  จึงเป็นไม่ใช่เป็นเพียงชื่อของ กระท่อมที่มีต้นกล้วยเท่านั้น แต่ยังเป็นชื่อเล่นของเขาอีกด้วย […]

Matsuo Basho

บะโช และกระท่อมน้อย (2)

บะโชอาศัยอยู่ในกระท่อมนี้คนเดียว ยามที่ไม่มีแขก หรือยามที่ไม่มีใครไปเยี่ยม เขาจะนั่งมองต้นกล้วยที่สูงโด่เด่อยู่หน้ากระท่อมของเขาอย่างเงียบๆ และนั่งทอดอารมณ์กับเสียงลมพัดที่พัดมากระทบใบของต้นกล้วย บรรยากาศแห่งความเงียบ และความเหงาจะทวีคูณมากขึ้นในคืนที่ฝนตก เสียงฝนตกที่ตกลงมากระทบหลังคากระท่อมที่รั่ว เสียงน้ำฝนที่หยดเป็นช่วงๆอย่างไม่ต่อเนื่อง ลงมาในอ่างใบเล็กที่เขาวางไว้รองรับน้ำฝนบนพื้น คงเป็นเสียงเดียวที่เป็นเสมือนเพื่อนของเขาในยามค่ำคืนที่ฝนตก เสียงน้ำฝนที่หยดดังติ๋ง ติ๋ง หยดลงมาทีละหยดสองหยดอย่างไม่ต่อเนื่อง ลงในอ่างใบเล็ก สำหรับโสตประสาทการรับเสียงของกวีผู้ซึ่งนั่งฟังเสียงอย่างเงียบคนเดียวในกระท่อม ท่ามกลางแสงไฟริบหรี่จากตะเกียงในห้องแคบๆเล็กๆ เสียงน้ำฝนจากหลังคาที่รั่วที่หยดลงลงมากระทบกับอ่างใบเล็กที่วางอยู่บนพื้นในคืนฝนอย่างเช่นคืนนี้ เสียงของน้ำฝนแต่ละหยดที่หล่นลงมากระทบอ่างใบเล็กคงไม่ต่างอะไรกับเสียงประสานที่เข้ากันได้อย่างดีกับเสียงดังจากลมที่พัด ทำให้ได้ยินเสียงดังของใบต้นกล้วยที่ยืนโด่ต้านเสียงลมที่พัดมาอย่างแรงจากทะเลข้างนอกกระท่อม ท่ามกลางสายฝน และเสียงน้ำฝนที่หยดผ่านลงมาจากหลังคารั่วของกระท่อม สำหรับกวีเอกอย่างบะโช คงไม่ใช่เสียงที่ก่อความน่ารำคาญแก่หูของเขาเช่นคนทั่วไป แต่กลับก่อเกิดเป็นบทกวี ที่เข้ากับบรรยากาศในคืนนั้น และขณะนั้นได้อย่างดีเยี่ยม ———— บะโชนั่งฟังเสียงฝน จากหลังคารั่ว  ในกระท่อมที่เงียบเหงา […]