sea without people 1 BHH2013

ทะเลไร้ผู้คน–ดะเระโมะ อินะอิ อุมิ –เหงา และอ้างว้าง (1)

สวัสดี ทุกคนที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยือน โรงเรียนเด็กวัดปรียา หรือ เทะระโคะยะ ดิฉันขอทำการบ้านที่มีน้องๆเข้าไปในโรงเรียนเด็กวัดปรียา และอยากให้ช่วยแปลเนื้อร้องของเพลง ‘ทะเลไร้ผู้คน’ หรือ “ดะเระโมะ อินะอิ อุมิ” ที่ดิฉันเคยโพสในโรงเรียนของเรา แต่ตอนนี้ ทุกอย่างที่มีในโรงเรียนเด็กวัดปรียา หายหมดเกลี้ยง อยู่กับธรรมชาติ และอยู่กับทะเล เดินชายหาด  เป็นความสุขเล็กๆน้อยที่มักถูกมองข้าม เลยต้องค่อยๆ เอาเรื่องที่เคยเขียน หรือเรื่องใหม่ๆที่อยากจะเขียน มาโพสให้ทุกท่านที่เข้ามาโรงเรียนเด็กวัดปรียา จะได้เรียน ได้ความรู้ และฟังเพลงนี้ เพื่อเตือนความทรงจำที่ดีในอดีต ตามคำขอของ นก […]

ใครอยากรู้สาเหตุ–โรคขาดวิตามิน “ส” (4)

“สิ่งที่ขาด และพร่องในตัวนักศึกษา” จากการพูดคุยและเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักศึกษาที่รักความก้าวหน้าและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นักศึกษาเอง เมื่อดิฉันให้คำแนะนำอะไรไป นักศึกษาเองจะพยายามนำไปคิดต่อ ก่อให้เกิดความรู้สึกกดดัน กลัดกลุ้มใจ ที่นักศึกษาเองสารภาพว่าพยายามจะใช้หัวคิดเท่าไรตามที่ดิฉันแนะนำไป แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าควร จะทำอย่างไรดี เพราะไม่เคยถูกสอนให้รู้จักคิดเองอย่างจริงจังนั่นเอง เราคงไม่ปฎิเสธว่า จากการเรียนการสอนในบ้านเราตั้งแต่เด็กเราไม่ได้สอนให้นักเรียนรู้จักคิดเอง หรือเมื่อไม่เข้าใจ เราก็ไม่มีวิธีการหรือมีการสนับสนุนให้นักเรียนมีความกล้าที่จะถามครูผู้สอน ดังนั้นการที่จะบอกให้นักเรียน และนักศึกษาไปคิดเองและเรียนเองนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้อย่างง่ายดาย จึงเป็นประเด็นที่ดิฉันต้องเก็บมาคิดต่อ ดิฉันใช้เวลาสังเกต รวบรวมข้อมูลและใช้เวลาพูดคุยกับนักศึกษา เพื่อที่จะสาเหตุว่าอะไร คือสิ่งที่ขาดหรือพร่องในตัวนักศึกษาเพื่อจะได้นำไปใช้แก้ไขปรับปรุงได้บ้าง จากการพูดคุยกับนักศึกษา ดิฉันเริ่มเห็นสิ่งที่ขาดในตัวนักศึกษาอย่างมาก นับตั้งแต่ การที่นักศึกษาขาดการสังเกต และขาดความสนใจ เป็นต้น สิ่งที่ขาดหายไปในตัวนักศึกษาไทยนั้น […]

ใครอยากรู้สาเหตุ– โรคขาดวิตามิน “ส” (3)

ดิฉันสนใจและอยากแสวงหาคำตอบที่ว่า ทำไมนิสิตและนักศึกษาไทยที่อยากเรียนต่อได้ปริญญาโทและเอก หรือนักศึกษาไทยที่ไปเรียนต่อในประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าระยะสั้นหรือยาว ทั้งที่เป็นนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีมาก ทำไมจึง “เรียนเอง คิดเองและทำอะไรเองไม่เป็น และไม่ค่อยมีความคิดที่สร้างสรรค์” อะไรเป็นอุปสรรคที่ทำให้นิสิตนักศึกษาไทยส่วนมากออกมาในรูปลักษณะที่ว่านี้ ดิฉันขอเขียนจากมุมมองที่ตัวเองเคยเป็นนักเรียนและนักศึกษาไทยคนหนึ่งที่ผ่านระบบการศึกษาในประเทศไทย ญี่ปุ่น และอเมริกามาก่อน และมีโอกาสคลุกคลีกับนักศึกษาไทย และญี่ปุ่นเพื่อที่จะค้นหาคำตอบในการที่จะแก้ปัญหาที่ว่านี้ “จุดมุ่งหมายของการเรียน” จากประสบการณ์การสอนนักศึกษาไทยไม่มีอะไรที่ยากและลำบากเท่ากับการที่จะสอนให้นักศึกษาไทย “รู้จักคิด และกล้าตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเอง” ทุกครั้งที่ถามนักศึกษาไทยว่า ทำไมจึงเลือกเรียนทางด้านนี้ เรียนจบแล้วจะนำความรู้ที่เรียนไปทำอะไรในอนาคต คำตอบที่ออกมาจะคล้ายกันมากก็คือ “ยังไม่รู้ ยังไม่ได้คิด” สรุปง่ายๆก็คือ เรียนจบแล้ว จะเอาความรู้ไปทำอะไรได้บ้างนั้นไม่สำคัญเท่ากับการที่ ไปเรียนเพื่อให้ได้ใบปริญญาบัตร หรือดีกรีไวกลับไปอวดคุณพ่อคุณแม่และญาติพี่น้องว่า ตัวเองเรียนสำเร็จได้ปริญญาจากเมืองนอกหรือเป็นนักเรียนจบจากเมืองนอกก็พอแล้ว ค่านิยมที่ว่านี้ยังใช้ได้ดีในบ้านเรา “ใบปริญญากันหมากัด” […]

ใครอยากรู้สาเหตุ โรคขาดวิตามิน “ส ” (2)

  “เรียนอย่าง ทำงานอีกอย่าง” มีเพื่อนหลายคนที่เรียนจบมาทางด้านนิติศาสตร์ แทนที่จะไปทำงานที่เกี่ยวกับกฎหมายหรือเป็นทนายความ กลับไปทำงานเป็นพนักงานธนาคารหรือไม่ก็ทำการค้าขาย เป็นต้น พูดง่ายๆก็คือ วิชาความรู้ที่เรียนจากมหาวิทยาลัย พอเรียนจบออกไปทำงาน งานที่ทำ แทบจะเรียกว่า “สวนทางกับสิ่งที่เรียนมา” หรือแทบจะไม่มีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กันเลยก็ว่าได้ ตราบใดที่เรายังไม่อาจแก้ปัญหาที่ว่านี้ได้ เราคงไม่มีทางที่จะมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าไปทำงานในหน่วยงานต่างๆได้ “นักศึกษาไทยทุนรัฐบาลญี่ปุ่น” ขอยกตัวอย่างแนวโน้มนักศึกษาไทยที่ได้ทุนไปเรียนปริญญาโทหรือเอก ทางด้านภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น พอเรียนสำเร็จจบจากญี่ปุ่น กลับไปเมืองไทยแทนที่จะเป็นอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่น แต่กลับไปทำงานเป็นเลขานุการหรือเป็นล่ามให้กับบริษัทญี่ปุ่นซึ่งความรู้ที่เรียนเป็นอาจารย์กับทำงานบริษัทแทบจะเรียกได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกันเลย ถ้าอยากจะเรียนเป็นล่ามหรือเป็นเลขานุการจริงๆ ก็น่าจะไปเรียนต่อโรงเรียนที่สอนเกี่ยวกับทางด้านเลขานุการไม่ดีกว่าหรือ มาทนเรียนอะไรกับวิธีการสอนภาษาญี่ปุ่นหรือการจัดหลักสูตรไปทำไม เพราะกลับไปเมืองไทยก็ไม่ได้ใช้ เสียเวลาและเสียดายทุนรัฐบาลญี่ปุ่นที่ได้รับ แต่ในขณะเดียวกันก็เห็นใจและเข้าใจดีว่านักศึกษาบางคนเรียนจบกลับไปอยากเป็นอาจารย์ แต่มหาวิทยาลัยในบ้านเรากลับไม่มีตำแหน่งให้ แถมเงินเดือนข้าราชการก็น้อยมาก ถ้าไม่ใช่ใจรักจริงๆก็คงไม่มีใครอยากจะเป็นอาจารย์สอนหนังสือก็ว่าได้ […]

ใครอยากรู้สาเหตุ—โรคขาดวิตามิน “ส” (1)

โรคขาดวิตามิน “ส” ดิฉันมั่นใจว่า แทบทุกคนที่ผ่านการศึกษาและเรียนจบจากมหาวิทยาลัยในบ้านเรา แทบทุกคนคงจะเคยพูดกับเพื่อนๆหรือเวลาที่พูดถึงสมัยที่เราเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย สมัยที่เราเป็นนักเรียน และนักศึกษา เราทุกคนรู้ดีว่า ปัญหาการศึกษาในบ้านเรา ยังต้องพัฒนาและปรับปรุงอีกมาก เราไม่เพียงแต่ขาดบุคลากรที่มีคุณสมบัติ ขาดวิธีการสอนที่ดีมีประสิทธิภทพและขาดอุปกรณ์การสอนที่ทันสมัย ตลอดจนปัญหาต่างๆอีกมากมาย บทความนี้เขียนเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2001 หรือเมื่อ 18 ปี ที่แล้ว ก่อนที่ดิฉันจะขอเกษียณตัวเองลาออกจากการเป็นข้าราชการประจำญี่ปุ่นและเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคมปี ค.ศ. 2002 บทความนี้ อาจจะเป็นบทความที่เขียนขึ้นด้วยความรู้สึกที่ดิฉันเองต้องยอมรับว่า ผิดหวังกับตัวเองในฐานะที่เป็นเรือจ้างที่ไม่อาจทำอะไรในการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาของประเทศไทยได้เหมือนที่เคยตั้งความหวังไว้ เพราะระบบการเรียนการสอนในบ้านเรา ยังเป็นระบบการสอน ที่ไม่สอนให้นักเรียน นักศึกษารู้จักคิดเอง […]

ยี่ปุ่น

มองแดนซากุระ–ดอกซากุระกับคนญี่ปุ่น (จบ)

คนญี่ปุ่นไม่มีจิตใจหรือ ทำไมคนญี่ปุ่นจึงใจเย็นได้เหมือนกับไม่มีเรื่องร้ายแรงใดๆเกิดขึ้น ซึ่งถ้าเป็นประเทศอื่น คงมีการปล้นร้านค้า ก่อการจราจลตามที่ได้ข่าวกันบ่อยๆ อะไรทำให้คนญี่ปุ่นแสดงออกมาในลักษณะที่ว่านี้ คนญี่ปุ่นไม่มีชีวิตจิตใจ ไม่รู้จักเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยหรือ คำตอบที่คนทั่วโลกสงสัย แม้แต่นักข่าวต่างประเทศบีบีซีก็ยังงง แต่ก็หาคำตอบไม่ได้ ตลอดจนหน่วยกู้ภัยที่เข้าไปในโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ เขาเหล่านั้นไม่รักชีวิตและไม่ห่วงครอบครัวตัวเองหรือ “ญี่ปุ่น บทเรียนหลังคราบน้ำตา หัวใจไม่แพ้ที่โลกต้องเอาเยี่ยงอย่าง”  ยังจำได้ตอนที่เกิดเหตุการณ์ เขียนด้วยความรู้สึกที่เศร้า สลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างมาก ความรู้สึกรักและผูกพันกับคนญี่ปุ่น และประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีพลังเขียนได้สำเร็จ   ดิฉันได้รับทาบทามจากสำนักพิมพ์ อมรินทร์ ให้ช่วยเขียน หนังสือ “ญี่ปุ่น บทเรียนหลังคราบน้ำตา หัวใจไม่แพ้ที่โลกต้องเอาเยี่ยงอย่าง” หลังจากเกิด […]

japanese Inn 2014

มองแดนซากุระ–ดอกซากุระกับคนญี่ปุ่น (6)

 ความเป็นคนญี่ปุ่น เวลาผ่านไปสามสิบกว่าปีที่หลังจากที่เขียนบทความนี้ ระยะเวลาที่ผ่านไปนี้ คนญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน คิดว่าคงตอบได้ยาก เพราะคนญี่ปุ่น เป็นชนชาติที่สามารถปรับตัว มีความยืดหยุ่นอ้าแขนรับทั้งอารยธรรมตะวันตก และในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นก็รับเอาอารยธรรม ปรัชญา แนวความคิด ศาสนา ตัวอักษร ขนบธรรมเนียมประเพณีและศิลปะต่างๆจากประเทศจีนมามากมาย แต่ก็นำไปใช้ผสมผสานให้เข้ากับความเป็นคนญี่ปุ่นได้อย่างดียิ่ง แม้เวลาจะผ่านไปถึงสามสิบกว่าปีตั้งแต่วันที่ดิฉันเหยียบแดนอาทิตย์อุทัย ความประทับใจในความสะอาด ความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความสุภาพอ่อนน้อม ความถ่อมตน ความสามัคคี ความรักใคร่ปรองดองกัน ความจงรักภักดี ความขยัน อดทน ความรักในธรรมชาติ ตลอดจนความรักชาติ ของคนญี่ปุ่นที่ถูกหล่อหลอมมาเป็นเวลาช้านานจนซึมซับแทบจะเป็น […]

first time our home 3 2013

มองแดนซากุระ–ดอกซากุระกับคนญี่ปุ่น (5)

ดอกซากุระ และแดนอาทิตย์อุทัย ดอกซากุระที่บานใกล้แถวริมน้ำ จะสวยงามมาก       ดอกซากุระ และแดนอาทิตย์อุทัยมีความผูกพันกันมากมายถึงเพียงนี้ ดังนั้น เราคงอดสงสัยไม่ได้ว่า ชาวญี่ปุ่นทุกคนมีภาพพจน์เกี่ยวกับซากุระเหมือนกันหรือไม่ คำถามเกี่ยวกับภาพพจน์ของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อดอกซากุระนั้น ถ้าจะตอบว่า ชาวญี่ปุ่นมีภาพพจน์เหมือนกัน ก็คงเป็นคำตอบที่เหวี่ยงแหจนเกินไป เป็นคำตอบที่ไม่ได้ผ่านการพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบ ครั้นจะบอกว่า ภาพพจน์เกี่ยวกับซากุระของคนญี่ปุ่นแตกต่างกันมาก ก็คงเป็นไม่ถูกต้องเช่นกัน แต่ถ้าจะบอกว่าชาวญี่ปุ่นมีภาพพจน์ต่อซากุระร่วมกันน่าจะเป็นคำตอบที่คิดว่าเหมาะสมกว่า จากหนังสือ “นิฮงจิน โนะ โคะโคะโระ” (จิตใจคนญี่ปุ่น) มีบทความเกี่ยวกับซากุระว่า  “ถ้าจะชมดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ต้องดอกซากุระ”ซึ่งหมายความว่า ดอกซากุระเป็นสัญลักษณ์แทนดอกไม้อื่นๆ แต่ถ้าจะเอาดอกซากุระหนึ่งดอกมาเทียบกับดอกกุหลาบ ดอกทิวลิปและดอกคาร์เนชั่น […]