อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (ตอนจบ)

ศาสนาพุทธนิกายเทนดะอิ และชินงง กล่าวว่า “ผู้หญิงต้องทนทรมานกับบาปดั้งเดิมและอุปสรรคกีดขวาง 5 ประการ (โงะโซ) ซึงกีดขวางทำให้ผู้หญิงไม่อาจหลุดพ้นจากบ่วงกรรม และไปเกิดใหม่ได้ สิ่งที่ผู้หญิงพอจะมีหวังก็คือ การไปเกิดใหม่เป็นผู้ชายเท่านั้น“ ( “Women in Changing Japan, pp.3,5,7.) ทางด้านศาสนา ผู้หญิงถูกดูถูกกดขี่เห็นว่าเป็นสิ่งที่เลวทรามที่ทำให้ผู้ชายไม่อาจไปเกิดใหม่ แม้ว่าใน พระราชบัญญัติไทโฮ ปี ค.ศ. 70 และพระราชบัญญัติโยโรในปี ค. ศ.718 จะมีการระบุห้ามสามี มีภรรยา (ถูกต้องตามกฏหมาย) ได้เกินหนึ่งคน และผู้หญิงยังได้รับการคุ้มครองทางด้านสิทธิจากกฏหมายในสมัยนั้น […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (6)

แต่สำหรับผู้เขียน “อนุทิน คะเงะโร”นั้น เธอมีความแตกต่างจากผู้หญิงอื่นอย่างเด่นชัดที่ว่า เธอไม่พอใจ ในสภาพชีวิตและการแต่งงานของเธอ เธอจึงเขียนความรู้สึกที่เธอไม่พอใจต่างๆในอนุทินของเธอ ซึ่งคิดว่าชีวิตของผู้หญิงคนอื่นๆในสมัยนั้น ก็คงไม่ได้แตกต่างจากเธอมากนัก เพียงแต่ว่า ผู้หญิงคนอื่นไม่ได้กล่าวถึงจุดเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมมากมายเท่าเธอ ซึ่งอาจจะเป็นผลจากความรู้สึกส่วนตัวของเธอเองที่ว่า เธอถูกพ่อแม่บีบบังคับให้แต่งงานกับชายที่เธอไม่ชอบ ไม่ได้รัก และทำให้เธอมีบทบาทจำกัดเพียงแค่อยู่แต่ในที่พักของเธอเองเท่านั้น จึงทำให้ความรู้สึกที่เธอเขียนในอนุทินเต็มไปด้วยความเศร้า และเกลียดชังชีวิตของเธอเอง ถ้าจะพูดถึงจุดนี้ ศาสนาพุทธและลัทธิขงจื้อก็มีส่วนทำให้ฐานะของผู้หญิงในสมัยเฮอังด้อยกว่าผู้ชายอย่างมากทีเดียว ความนึกคิดของขงจื้อเกี่ยวกับฐานะที่ต่ำต้อยของผู้หญิงมีบันทึกใน “ชิทซึเคียว”(ข้ออ้าง 7 ประการ) ที่บันทึกไว้ว่า ผู้ชายขอหย่ากับผู้หญิงได้ โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในบทบัญญัติสมัยศตวรรษที่ 8 และมีผลใช้ในพระราชบัญญัติไทโฮและเรื่อยมา ข้ออ้าง 7 […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (5)

สถานภาพของผู้หญิงในสมัยเฮอัง จาก อนุทิน คะเงะโร ภาพพจนของผู้หญิงญี่ปุ่น ที่ห่อหุ้มตัวเองในชุดกิโมโนที่ทอด้วยผ้าไหมอย่างดี หลากสี หลายชั้น ที่ทอด้วยไหมและสีสันที่สวยงาม กว่าจะออกมาเป็นกิโมโนะ ให้คนได้ใส่ เพียงแค่เดินผ่านก็อดทึ่งในความสวยงามที่แปลกตา ประณีต ละเอียด ด้วยสีสันที่เลือกเฟ้น เป็นความสวยงามที่มีทั้งความสง่างาม ทั้งหรูหรา แม้กิโมโน ราคาแพงๆอาจจะปักด้วยดิ้นทองก็ตาม แต่ก็เป็นความสวยงามที่ไม่ได้ฉูดฉาด หรือใช้สีฉาบฉวย แต่เป็นความสวยงามที่มีความวิจิตร พิสดาร ไม่อาจจะบรรยายเป็นคำพูดได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ว่า นับวันคนญี่ปุ่นที่จะใส่ชุดกิโมโนให้เห็นเหมือนเมื่อสี่สิบปีก่อน ยิ่งวันยิ่งมีให้เห็นน้อยลงทุกที ภาพพจน์ของผู้หญิงญี่ปุ่นในสมัยโบราณที่ห่อหุ้มด้วยชุดกิโมโน และสถานภาพทางสังคมของผู้หญิงญี่ปุ่นในอดีต หรือแม้แต่ปัจจุบันก็ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของคนทั่วไป […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (4)

ก่อนที่ดิฉันจะอ่านหนังสือเล่มนี้ ขนาดชื่อ เรื่อง อนุทิน คะเงะโร ดิฉันยังมืดแปดด้านไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร มีและความหมายอะไร หนังสืออนุทินเล่มนี้ แปลมานานอ่านมาตั้งแต่สมัยไปเรียนที่อเมริกา ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า ‘The Gossamer Years’ แปลโดย Edward Seidensticker จากนั้นก็มีหลายเล่มที่แปลออกมาใหม่ แต่เล่มที่อ่านคือเล่มที่แปลโดย ไซเดนสติกเกอร์ เพราะฉบับภาษาญี่ปุ่น คงไม่มีใครอ่านได้ แม้แต่คนญี่ปุ่นปัจจุบัน เพราะเป็นภาษาเก่าดั้งเดิมในสมัยเฮอัง คะเงะโร นิคคิ คะเงะโร นิคคิ หรือ อนุทิน คะเงะโร […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (3)

ทั้งที่เป็นอนุทินที่มีผู้อ่านมากมาย และมีชื่อเสียงติดอันดับเป็นวรรณกรรมคลาสิกเรื่องหนึ่ง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ว่า ไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ ผู้เขียนอนุทินนี้ คือใคร เพราะในสมัยเฮอัง เป็นสมัยที่แม้แต่เรื่องของคนธรรมดาสามัญก็ยังไม่มีให้สามัญชนได้อ่านกัน เรื่องที่อ่านๆกันในสมัยนั้น มักจะเป็นเรื่องราวที่เขียนโดยชนชั้นสูง สมัยเฮอังเป็นสมัยที่คนภายนอกไม่อาจรู้ได้ว่า โลกของชนชั้นสูงในสมัยนั้นเป็นอย่างไร สมัยเฮอังเป็นสมัยที่เรารู้จักแต่ละคนจากตำแหน่งที่ได้รับ เพราะสมัยนั้นญี่ปุ่นรับเอาระบบตำแหน่งต่างๆจากมีผลทำให้เรารู้จักแต่ตำแหน่งหน้าที่ของแต่ละคน แทนที่จะรู้จักว่าคนๆนั้นชื่ออะไร และเป็นใคร แม้แต่นางสนมในวังก็ตาม สมัยเฮอังจึงเป็นสมัยแห่งความพิศวง น่าสนใจ น่าศึกษา น่าค้นคว้าอย่างยิ่ง อนุทิน คะเงะโร ผู้เขียนอนุทิน คะเงะโร เป็นที่รู้จักดีในฐานะที่เป็นแม่ของมิทซิทซึนะ อนุทินนี้เป็นเรื่องที่เธอเขียนสะท้อนให้เราเห็นชีวิตสาวในวังในสมัยเฮอังของเธอเอง ว่ามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับสมัยเก่าของญี่ปุ่น ในสมัยนั้นคนที่จะขีดเขียนได้ […]

girls' day March32015

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (2)

เมื่อตอนที่ไปเรียนที่ญี่ปุ่น เมื่อเกือบสีสิบปีที่แล้ว ทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านในเว็บนี้ คงรู้สึกขำว่า เอาเรื่องโบราณอะไรมาเล่า แต่สำหรับดิฉันเอง  เรื่องที่จะเขียนเหมือนเรื่องที่เพิ่งเกิดเมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะดิฉันได้รับความประทับใจ และความรู้มากมายจากสิ่งที่ดิฉันไม่ค่อยจะเห็นในบ้านเรา คือ คนญี่ปุ่นเป็ฯชนชาติที่รักธรรมชาติ ชอบเขียนและส่งโปสการ์ดให้แก่กัน ในโอกาสและเทศกาลต่างๆ เวลาจะขึยนคำขอบคุณไม่จำเป็นต้องใช้การ์ดขอบคุณแบบตะวันตก เขาซื้อการ์ดอะไรก็ได้ที่เขาคิดว่า สามารถแสดงความรู้สึกขอบคุณเขาได้ ดิฉันมีโอกาสอาศัยกินอยู่ในบ้านครอบครัวชาวญี่ปุ่น มีโอกาสเห็นคนญี่ปุ่นมองผู้หญิงอย่างไร ตอนที่ดิฉันได้ทุนไปเรียนที่ญี่ปุ่น ตอนนั้น ดิฉันกำลังสร้างฝัน บอกกับตัวเองว่า จากนี้ไปเราจะได้เรียนภาษาญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ดิฉันจะได้เรียนและตักตวงความรู้ให้มากที่สุด คนญี่ปุ่นไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว เจอหน้าดิฉันมักจะถามว่า ‘ยังไม่แต่งงานหรือ’ พอใครถามคำถามนี้ทีไร ดิฉันจะอดรู้สึกตะหงิดๆยังไงชอบกล ‘นี่ฉันจะมาเรียนต่อ […]

a boat at BHH2013

ปรับเปลี่ยนตัวเอง–แนวความคิด

  สวัสดีค่ะ ทุกคนที่แวะเข้ามาหามุมเงียบๆ อ่านเรื่องที่ดิฉันเองอยากแบ่งปัน สำหรับคนที่ยังอยากเก็บตกความรู้                                                   […]

ยี่ปุ่น

มองแดนซากุระ–ดอกซากุระกับคนญี่ปุ่น (จบ)

คนญี่ปุ่นไม่มีจิตใจหรือ ทำไมคนญี่ปุ่นจึงใจเย็นได้เหมือนกับไม่มีเรื่องร้ายแรงใดๆเกิดขึ้น ซึ่งถ้าเป็นประเทศอื่น คงมีการปล้นร้านค้า ก่อการจราจลตามที่ได้ข่าวกันบ่อยๆ อะไรทำให้คนญี่ปุ่นแสดงออกมาในลักษณะที่ว่านี้ คนญี่ปุ่นไม่มีชีวิตจิตใจ ไม่รู้จักเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยหรือ คำตอบที่คนทั่วโลกสงสัย แม้แต่นักข่าวต่างประเทศบีบีซีก็ยังงง แต่ก็หาคำตอบไม่ได้ ตลอดจนหน่วยกู้ภัยที่เข้าไปในโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ เขาเหล่านั้นไม่รักชีวิตและไม่ห่วงครอบครัวตัวเองหรือ “ญี่ปุ่น บทเรียนหลังคราบน้ำตา หัวใจไม่แพ้ที่โลกต้องเอาเยี่ยงอย่าง”  ยังจำได้ตอนที่เกิดเหตุการณ์ เขียนด้วยความรู้สึกที่เศร้า สลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างมาก ความรู้สึกรักและผูกพันกับคนญี่ปุ่น และประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีพลังเขียนได้สำเร็จ   ดิฉันได้รับทาบทามจากสำนักพิมพ์ อมรินทร์ ให้ช่วยเขียน หนังสือ “ญี่ปุ่น บทเรียนหลังคราบน้ำตา หัวใจไม่แพ้ที่โลกต้องเอาเยี่ยงอย่าง” หลังจากเกิด […]

japanese Inn 2014

มองแดนซากุระ–ดอกซากุระกับคนญี่ปุ่น (6)

 ความเป็นคนญี่ปุ่น เวลาผ่านไปสามสิบกว่าปีที่หลังจากที่เขียนบทความนี้ ระยะเวลาที่ผ่านไปนี้ คนญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน คิดว่าคงตอบได้ยาก เพราะคนญี่ปุ่น เป็นชนชาติที่สามารถปรับตัว มีความยืดหยุ่นอ้าแขนรับทั้งอารยธรรมตะวันตก และในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นก็รับเอาอารยธรรม ปรัชญา แนวความคิด ศาสนา ตัวอักษร ขนบธรรมเนียมประเพณีและศิลปะต่างๆจากประเทศจีนมามากมาย แต่ก็นำไปใช้ผสมผสานให้เข้ากับความเป็นคนญี่ปุ่นได้อย่างดียิ่ง แม้เวลาจะผ่านไปถึงสามสิบกว่าปีตั้งแต่วันที่ดิฉันเหยียบแดนอาทิตย์อุทัย ความประทับใจในความสะอาด ความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความสุภาพอ่อนน้อม ความถ่อมตน ความสามัคคี ความรักใคร่ปรองดองกัน ความจงรักภักดี ความขยัน อดทน ความรักในธรรมชาติ ตลอดจนความรักชาติ ของคนญี่ปุ่นที่ถูกหล่อหลอมมาเป็นเวลาช้านานจนซึมซับแทบจะเป็น […]

first time our home 3 2013

มองแดนซากุระ–ดอกซากุระกับคนญี่ปุ่น (5)

ดอกซากุระ และแดนอาทิตย์อุทัย ดอกซากุระที่บานใกล้แถวริมน้ำ จะสวยงามมาก       ดอกซากุระ และแดนอาทิตย์อุทัยมีความผูกพันกันมากมายถึงเพียงนี้ ดังนั้น เราคงอดสงสัยไม่ได้ว่า ชาวญี่ปุ่นทุกคนมีภาพพจน์เกี่ยวกับซากุระเหมือนกันหรือไม่ คำถามเกี่ยวกับภาพพจน์ของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อดอกซากุระนั้น ถ้าจะตอบว่า ชาวญี่ปุ่นมีภาพพจน์เหมือนกัน ก็คงเป็นคำตอบที่เหวี่ยงแหจนเกินไป เป็นคำตอบที่ไม่ได้ผ่านการพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบ ครั้นจะบอกว่า ภาพพจน์เกี่ยวกับซากุระของคนญี่ปุ่นแตกต่างกันมาก ก็คงเป็นไม่ถูกต้องเช่นกัน แต่ถ้าจะบอกว่าชาวญี่ปุ่นมีภาพพจน์ต่อซากุระร่วมกันน่าจะเป็นคำตอบที่คิดว่าเหมาะสมกว่า จากหนังสือ “นิฮงจิน โนะ โคะโคะโระ” (จิตใจคนญี่ปุ่น) มีบทความเกี่ยวกับซากุระว่า  “ถ้าจะชมดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ต้องดอกซากุระ”ซึ่งหมายความว่า ดอกซากุระเป็นสัญลักษณ์แทนดอกไม้อื่นๆ แต่ถ้าจะเอาดอกซากุระหนึ่งดอกมาเทียบกับดอกกุหลาบ ดอกทิวลิปและดอกคาร์เนชั่น […]