อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (6)

แต่สำหรับผู้เขียน “อนุทิน คะเงะโร”นั้น เธอมีความแตกต่างจากผู้หญิงอื่นอย่างเด่นชัดที่ว่า เธอไม่พอใจ ในสภาพชีวิตและการแต่งงานของเธอ เธอจึงเขียนความรู้สึกที่เธอไม่พอใจต่างๆในอนุทินของเธอ ซึ่งคิดว่าชีวิตของผู้หญิงคนอื่นๆในสมัยนั้น ก็คงไม่ได้แตกต่างจากเธอมากนัก เพียงแต่ว่า ผู้หญิงคนอื่นไม่ได้กล่าวถึงจุดเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมมากมายเท่าเธอ ซึ่งอาจจะเป็นผลจากความรู้สึกส่วนตัวของเธอเองที่ว่า เธอถูกพ่อแม่บีบบังคับให้แต่งงานกับชายที่เธอไม่ชอบ ไม่ได้รัก และทำให้เธอมีบทบาทจำกัดเพียงแค่อยู่แต่ในที่พักของเธอเองเท่านั้น จึงทำให้ความรู้สึกที่เธอเขียนในอนุทินเต็มไปด้วยความเศร้า และเกลียดชังชีวิตของเธอเอง ถ้าจะพูดถึงจุดนี้ ศาสนาพุทธและลัทธิขงจื้อก็มีส่วนทำให้ฐานะของผู้หญิงในสมัยเฮอังด้อยกว่าผู้ชายอย่างมากทีเดียว ความนึกคิดของขงจื้อเกี่ยวกับฐานะที่ต่ำต้อยของผู้หญิงมีบันทึกใน “ชิทซึเคียว”(ข้ออ้าง 7 ประการ) ที่บันทึกไว้ว่า ผู้ชายขอหย่ากับผู้หญิงได้ โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในบทบัญญัติสมัยศตวรรษที่ 8 และมีผลใช้ในพระราชบัญญัติไทโฮและเรื่อยมา ข้ออ้าง 7 […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (5)

สถานภาพของผู้หญิงในสมัยเฮอัง จาก อนุทิน คะเงะโร ภาพพจนของผู้หญิงญี่ปุ่น ที่ห่อหุ้มตัวเองในชุดกิโมโนที่ทอด้วยผ้าไหมอย่างดี หลากสี หลายชั้น ที่ทอด้วยไหมและสีสันที่สวยงาม กว่าจะออกมาเป็นกิโมโนะ ให้คนได้ใส่ เพียงแค่เดินผ่านก็อดทึ่งในความสวยงามที่แปลกตา ประณีต ละเอียด ด้วยสีสันที่เลือกเฟ้น เป็นความสวยงามที่มีทั้งความสง่างาม ทั้งหรูหรา แม้กิโมโน ราคาแพงๆอาจจะปักด้วยดิ้นทองก็ตาม แต่ก็เป็นความสวยงามที่ไม่ได้ฉูดฉาด หรือใช้สีฉาบฉวย แต่เป็นความสวยงามที่มีความวิจิตร พิสดาร ไม่อาจจะบรรยายเป็นคำพูดได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ว่า นับวันคนญี่ปุ่นที่จะใส่ชุดกิโมโนให้เห็นเหมือนเมื่อสี่สิบปีก่อน ยิ่งวันยิ่งมีให้เห็นน้อยลงทุกที ภาพพจน์ของผู้หญิงญี่ปุ่นในสมัยโบราณที่ห่อหุ้มด้วยชุดกิโมโน และสถานภาพทางสังคมของผู้หญิงญี่ปุ่นในอดีต หรือแม้แต่ปัจจุบันก็ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของคนทั่วไป […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (4)

ก่อนที่ดิฉันจะอ่านหนังสือเล่มนี้ ขนาดชื่อ เรื่อง อนุทิน คะเงะโร ดิฉันยังมืดแปดด้านไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร มีและความหมายอะไร หนังสืออนุทินเล่มนี้ แปลมานานอ่านมาตั้งแต่สมัยไปเรียนที่อเมริกา ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า ‘The Gossamer Years’ แปลโดย Edward Seidensticker จากนั้นก็มีหลายเล่มที่แปลออกมาใหม่ แต่เล่มที่อ่านคือเล่มที่แปลโดย ไซเดนสติกเกอร์ เพราะฉบับภาษาญี่ปุ่น คงไม่มีใครอ่านได้ แม้แต่คนญี่ปุ่นปัจจุบัน เพราะเป็นภาษาเก่าดั้งเดิมในสมัยเฮอัง คะเงะโร นิคคิ คะเงะโร นิคคิ หรือ อนุทิน คะเงะโร […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (3)

ทั้งที่เป็นอนุทินที่มีผู้อ่านมากมาย และมีชื่อเสียงติดอันดับเป็นวรรณกรรมคลาสิกเรื่องหนึ่ง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ว่า ไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ ผู้เขียนอนุทินนี้ คือใคร เพราะในสมัยเฮอัง เป็นสมัยที่แม้แต่เรื่องของคนธรรมดาสามัญก็ยังไม่มีให้สามัญชนได้อ่านกัน เรื่องที่อ่านๆกันในสมัยนั้น มักจะเป็นเรื่องราวที่เขียนโดยชนชั้นสูง สมัยเฮอังเป็นสมัยที่คนภายนอกไม่อาจรู้ได้ว่า โลกของชนชั้นสูงในสมัยนั้นเป็นอย่างไร สมัยเฮอังเป็นสมัยที่เรารู้จักแต่ละคนจากตำแหน่งที่ได้รับ เพราะสมัยนั้นญี่ปุ่นรับเอาระบบตำแหน่งต่างๆจากมีผลทำให้เรารู้จักแต่ตำแหน่งหน้าที่ของแต่ละคน แทนที่จะรู้จักว่าคนๆนั้นชื่ออะไร และเป็นใคร แม้แต่นางสนมในวังก็ตาม สมัยเฮอังจึงเป็นสมัยแห่งความพิศวง น่าสนใจ น่าศึกษา น่าค้นคว้าอย่างยิ่ง อนุทิน คะเงะโร ผู้เขียนอนุทิน คะเงะโร เป็นที่รู้จักดีในฐานะที่เป็นแม่ของมิทซิทซึนะ อนุทินนี้เป็นเรื่องที่เธอเขียนสะท้อนให้เราเห็นชีวิตสาวในวังในสมัยเฮอังของเธอเอง ว่ามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับสมัยเก่าของญี่ปุ่น ในสมัยนั้นคนที่จะขีดเขียนได้ […]

girls' day March32015

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (2)

เมื่อตอนที่ไปเรียนที่ญี่ปุ่น เมื่อเกือบสีสิบปีที่แล้ว ทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านในเว็บนี้ คงรู้สึกขำว่า เอาเรื่องโบราณอะไรมาเล่า แต่สำหรับดิฉันเอง  เรื่องที่จะเขียนเหมือนเรื่องที่เพิ่งเกิดเมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะดิฉันได้รับความประทับใจ และความรู้มากมายจากสิ่งที่ดิฉันไม่ค่อยจะเห็นในบ้านเรา คือ คนญี่ปุ่นเป็ฯชนชาติที่รักธรรมชาติ ชอบเขียนและส่งโปสการ์ดให้แก่กัน ในโอกาสและเทศกาลต่างๆ เวลาจะขึยนคำขอบคุณไม่จำเป็นต้องใช้การ์ดขอบคุณแบบตะวันตก เขาซื้อการ์ดอะไรก็ได้ที่เขาคิดว่า สามารถแสดงความรู้สึกขอบคุณเขาได้ ดิฉันมีโอกาสอาศัยกินอยู่ในบ้านครอบครัวชาวญี่ปุ่น มีโอกาสเห็นคนญี่ปุ่นมองผู้หญิงอย่างไร ตอนที่ดิฉันได้ทุนไปเรียนที่ญี่ปุ่น ตอนนั้น ดิฉันกำลังสร้างฝัน บอกกับตัวเองว่า จากนี้ไปเราจะได้เรียนภาษาญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ดิฉันจะได้เรียนและตักตวงความรู้ให้มากที่สุด คนญี่ปุ่นไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว เจอหน้าดิฉันมักจะถามว่า ‘ยังไม่แต่งงานหรือ’ พอใครถามคำถามนี้ทีไร ดิฉันจะอดรู้สึกตะหงิดๆยังไงชอบกล ‘นี่ฉันจะมาเรียนต่อ […]

First image

อาลแบร์ กามูว์–เพียงแค่เดินข้างฉัน

สวัสดี ทุกคนที่แวะเข้ามาหามุมสงบ เงียบ หาอะไรที่อยากอ่าน เชิญตามสบาย เวลาส่วนตัวที่แสนหาได้ยากในสังคมปัจจุบัน ดอกมะลิ ที่แสนน่ารัก  เดินผ่าน เมื่อยิ้มให้กัน  ก็ต้องทักทายด้วยการเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก      วันนี้มีโอกาสอ่านคำคมที่ตัวเองเก็บไว้นานปี ตอนสมัยอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ทำให้อดคิดถึง อาลแบร์ กามูว์ ไม่ได้  เพราะดิฉันเห็นคำคมของเขา ที่คนนำมาเขียนใน stained glass panels แผงกระจกสี พออ่านคำคมของ กามูว์ ก็ต้องรีบคว้าและซื้อจาก Flee market ราคา […]

mitsuo

ขยันแจกกันจัง! (2)

เรื่องราวเกี่ยวกับ นามบัตร ที่มิทซึโอะเขียน ด้วยคำสั้นๆ แต่ลุ่มลึกว่า พระพุทธเจ้า และเจ้าแม่กวนอิม ยังไม่มีนามบัตรใช้เลย แต่ไฉนคนญี่ปุ่น จึงให้ความสำคัญกับนามบัตรอย่างมาก จากสมัยที่ดิฉันไปเรียนและทำงานที่ที่ปุ่นเมื่อสี่สิบกว่าปีที่แล้ว คนไทยและชาวตะวันตกไม่มีประเพณีหรือวัฒนธรรมการที่ต้องแจกนามบัตร เวลาที่เจอหน้าคนที่เรารู้จักเป็นครั้งแรก หรือเวลาที่ไปติดต่อธุรกิจ แต่ตอนนี้ ชาวตะวันตกที่ติดต่อธุรกิจกับญี่ปุ่น หรือแม้แต่คนไทย ที่ทำการค้า และธุรกิจกับคนญี่ปุ่น ก็ยังมีนามบัตรพกไว้แจก ไม่เหมือนสมัยตอนเมื่อสี่สิบกว่าปีที่แล้ว ที่คนไทยยังไม่นิยมแจกนามบัตร แต่ตอนนี้แจกนามบัตรกันจนเป็นเรื่องธรรมดา ดิฉันเองตอนที่ทำงานในประเทศญี่ปุ่น ในปีหนึ่งต้องจ่ายเงินค่าพิมพ์นามบัตร จำนวนประมาณ ห้าร้อยใบจึงจะพอแจก ตอนนี้ สบายที่สุด ไม่ต้องมีนามบัตรใดๆทั้งสิ้น ชีวิตเรียบง่ายขึ้นมากทีเดียว (มีต่อ) […]

aida mitsuo 150pt

ขยันแจกกันจัง! (1)

สวัสดีค่ะ เด็กวัดโรงเรียนปรียาทุกคน วันนี้ ขอนำเรื่อง นามบัตร  ที่เคยโพสในเว็บ โรงเรียนเด็กวัดปรียาที่จ้อมูลหายไปหมดแล้ว หรือในเว็บ japaneseisfun.com ที่เรากำลังแวะเข้ามาอ่าน คนไทยที่ไม่เคยไปญี่ปุ่น หรือแม้ว่าจะเคยไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น มีเพื่อนญี่ปุ่น หรือแม้แต่ทำงาน หรือทำธุรกิจร่วมกับคนญี่ปุ่น ก็คงอยากรู้ว่า นามบัตร ที่เราเจอหน้าคนญี่ปุ่นที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก เราก็จะได้นามบัตรของคนที่เราเจอหน้ากันเป็นครั้งแรก ติดมือกลับมา ดิฉันอยู่ญี่ปุ่นมายี่สิบกว่าปี ตอนนี้มาอาศัยอยู่ที่อเมริกา เมื่อมองกลับไป ก็ยังคิดว่า คนญี่ปุ่น มีอะไรที่แปลกไม่ค่อยเหมือนชาติอื่น ดังนั้น เราคงสงสัยว่า ทำไมคนญี่ปุ่นจึงแจกนามบัตรทุกครั้งที่เจอหน้าคนเป็นครั้งแรก นามบัตรมีความสำคัญมากน้อยเพียงไร —– みつを  มิทซึโอะ […]

ต้นกล้วย บะโช

บะโช กระท่อมน้อย และต้นกล้วย (ตอนจบ)

จากบทกวีนี้ เราคงจะเห็นได้ว่า เขามีความสัมพันธ์ทางด้านจิตใจที่แน่นแฟ้น ตลอดจนความรู้สึกร่วมกับต้นกล้วยซึ่งปลูกไว้หน้ากระท่อมของเขา คงเป็นเสมือนเพื่อนคนเดียวของเขาในคืนฝนตก คนที่ไปมาหาสู่เขา ส่วนใหญ่คงจะมองเห็นต้นกล้วย เพราะปลูกสูงโด่เด่อยู่หน้ากระท่อม คนที่ไปมาหาสู่เขาคงมองว่า ต้นกล้วยนั้นก็คงเป็นเพียงต้นกล้วยธรรมดาต้นหนึ่งเท่านั้น บางคนอาจจะเห็นความผูกพันที่เขามีต่อต้นกล้วยที่ปลูกหน้ากระท่อมของเขาว่าคงไม่ใช่ต้นกล้วยธรรมดา หลังจากที่เขาย้ายเข้าไปอยู่ในกระท่อมหลังนั้น คนที่ไปมาหาสู่บะโช จะเรียกว่า ‘กระท่อม’แต่พอเห็นว่าบะโชมีความผูกพัน และรักต้นกล้วยต้นนั้นอย่างมาก คนที่ไปมาหาสู่ก็เลยตั้งชื่อกระท่อมหรือบ้านพักของเขา เวลาที่พูดถึงกระท่อมของเขาว่า  บะโช 芭蕉(ばしょう) หรือ ‘ต้นกล้วย’ จากนั้นมา คนที่ไปมาหาสู่แทนที่จะเรียกว่า ‘กระท่อม’กลับเปลี่ยนไปใช้ชื่ออาจารย์ที่สอนบทกวีให้พวกเขาว่า ‘อาจารย์ บะโช’หรือ ‘อาจารย์ต้นกล้วย’ นั่นเอง ซึ่งบะโช เองก็ไม่ปฏิเสธเวลาที่คนเรียกเขาจากชื่อเล่นนี้ เพราะตัวเขาเองก็มีใจรักผูกพันกับต้นกล้วยต้นนั้นอย่างมาก จากนั้นมาชื่อ  บะโช 芭蕉(ばしょう)  จึงเป็นไม่ใช่เป็นเพียงชื่อของ กระท่อมที่มีต้นกล้วยเท่านั้น แต่ยังเป็นชื่อเล่นของเขาอีกด้วย […]

บะโช และกระท่อมน้อย (2)

บะโชอาศัยอยู่ในกระท่อมนี้คนเดียว ยามที่ไม่มีแขก หรือยามที่ไม่มีใครไปเยี่ยม เขาจะนั่งมองต้นกล้วยที่สูงโด่เด่อยู่หน้ากระท่อมของเขาอย่างเงียบๆ และนั่งทอดอารมณ์กับเสียงลมพัดที่พัดมากระทบใบของต้นกล้วย บรรยากาศแห่งความเงียบ และความเหงาจะทวีคูณมากขึ้นในคืนที่ฝนตก เสียงฝนตกที่ตกลงมากระทบหลังคากระท่อมที่รั่ว เสียงน้ำฝนที่หยดเป็นช่วงๆอย่างไม่ต่อเนื่อง ลงมาในอ่างใบเล็กที่เขาวางไว้รองรับน้ำฝนบนพื้น คงเป็นเสียงเดียวที่เป็นเสมือนเพื่อนของเขาในยามค่ำคืนที่ฝนตก เสียงน้ำฝนที่หยดดังติ๋ง ติ๋ง หยดลงมาทีละหยดสองหยดอย่างไม่ต่อเนื่อง ลงในอ่างใบเล็ก สำหรับโสตประสาทการรับเสียงของกวีผู้ซึ่งนั่งฟังเสียงอย่างเงียบคนเดียวในกระท่อม ท่ามกลางแสงไฟริบหรี่จากตะเกียงในห้องแคบๆเล็กๆ เสียงน้ำฝนจากหลังคาที่รั่วที่หยดลงลงมากระทบกับอ่างใบเล็กที่วางอยู่บนพื้นในคืนฝนอย่างเช่นคืนนี้ เสียงของน้ำฝนแต่ละหยดที่หล่นลงมากระทบอ่างใบเล็กคงไม่ต่างอะไรกับเสียงประสานที่เข้ากันได้อย่างดีกับเสียงดังจากลมที่พัด ทำให้ได้ยินเสียงดังของใบต้นกล้วยที่ยืนโด่ต้านเสียงลมที่พัดมาอย่างแรงจากทะเลข้างนอกกระท่อม ท่ามกลางสายฝน และเสียงน้ำฝนที่หยดผ่านลงมาจากหลังคารั่วของกระท่อม สำหรับกวีเอกอย่างบะโช คงไม่ใช่เสียงที่ก่อความน่ารำคาญแก่หูของเขาเช่นคนทั่วไป แต่กลับก่อเกิดเป็นบทกวี ที่เข้ากับบรรยากาศในคืนนั้น และขณะนั้นได้อย่างดีเยี่ยม ———— บะโชนั่งฟังเสียงฝน จากหลังคารั่ว  ในกระท่อมที่เงียบเหงา […]