หนังสือ ภาพริมสระน้ำ (ตอนจบ)

ตอนดึก หลังจากที่ลูกนอนหลับไปแล้ว สามีเธอดื่มวิสกี้ไปพลางเล่าเรื่องให้เธอฟังว่า ในตึกของบริษัทที่ทำงานอยู่นั้น ข้างๆลิฟต์ของแต่ละชั้นจะมีช่องให้ส่งจดหมายช่องว่างที่ว่านี้ มีลักษณะเป็นช่องว่างสี่เหลี่ยมยาวจากชั้นหนึ่งจนถึงชั้นเก้า ส่วนที่หันเข้าหาทางเดินนั้น จะทำทะลุลงมาให้เห็นจดหมายที่หล่นลงมาได้จากข้างนอก ครั้งก่อนตอนที่เดินผ่านตรงนั้น ผมจะเห็นซองสีขาวหล่นลงมา จดหมายจะหล่นลงมาถึงพื้นโดยผ่านช่องว่างระหว่างเพดานและทางเดินโดยไม่เกิดเสียง บางครั้งผมจะเห็นจดหมายหล่นติดต่อกันลงมา และหล่นเลยช่องว่างไปก็มี ทางเดินของตึกนี้ จะมืดเป็นพิเศษ เวลาที่ไม่มีใครอยู่แถวนั้น อยู่ดีๆจะเห็นอะไรขาวๆหล่นลงมา ผมจะใจหายวูบ จะบอกว่าความรู้สึกที่ว่านั้นเป็นยังไงดีนะ มันไม่ต่างอะไรกับวิญญาณที่เหงาหงอยยังไงชอบกล พอผมเดินห่างจากทางเดินไปเพียงก้าวเดียว ผมจะเห็นโลกมนุษย์ของเรา ที่เราจะประมาทหรือพลั้งเผลอไม่ได้แม้แต่น้อย ไม่ว่าห้องไหนจะเห็นคนแน่นเอี๊ยดไปหมด ถ้าผมหลุดจากห้องนั้น เพื่อไปห้องน้ำคนเดียว ในระหว่างเดินกลับไปที่ห้อง จะเกิดความรู้สึกเหมือนที่ผมว่านี้ ตอนเช้ามีบางครั้งที่ผมต้องไปบริษัทเช้ากว่าปกติด้วยเรื่องงาน ผมมองไปรอบๆห้องทำงานที่ยังไม่มีใครมา […]

หนังสือ ภาพริมสระน้ำ 1

ภาพริมสระน้ำ       ในสระว่ายน้ำนักกีฬาว่ายน้ำกำลังพุ่งโถมตัวอย่างสุดแรง รอบสุดท้ายของการแข่งขัน เพื่อเข้าสู่หลักชัย ร่างนักกีฬาว่ายน้ำหญิงผิวสีแทนกระโจนลงในสระน้ำคนแล้วคนเล่า ตามด้วยเสียงไล่หลังของโค้ช นักกีฬาว่ายน้ำหญิงคนหนึ่ง พอเธอปีนขึ้นมาถึงแท่นสตาร์ท อยู่ดีดีหัวเธอทิ่มลงในสระน้ำ แผ่นหลังกระแทกกับผิวน้ำ ท่าทางอาการคงหนักเอาการ เพราะเธอหายใจไม่ออก ในขณะเดียวกัน ก็มีรถไฟขบวนหนึ่งค่อยๆวิ่งอ้อมผ่านอีกด้านหนึ่งของสระว่ายน้ำ ผู้โดยสารที่กำลังยืนจับราวกันอยู่ในรถไฟก็คือ พนักงานกินเงินเดือน หรือที่เรียกว่า ‘ซะระริมัง’  ในภาษาญี่ปุ่นที่กำลังจะเดินทางกลับบ้านหลังเลิกงาน สายตาของพวกพนักงานที่อยู่ในรถไฟ มองข้ามตัวโรงเรียนไป จะเห็นภาพของพวกนักกีฬาว่ายน้ำหญิงบนพื้นคอนกรีต และภาพสีฟ้าอ่อนของน้ำที่มีอยู่เต็มสระน้ำที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆโดยไม่ได้ตั้งใจ ภาพที่ว่านี้อาจจะช่วยปลอบประโลมจิตใจของพวกคนงานที่เหนื่อยล้าจนแทบจะหมดเรี่ยวแรง เพราะความร้อนของอากาศ หน้าร้อน ตลอดจนความยากลำบากนานัปการที่พวกเขาแบกรับอยู่ ได้ชั่วครู่ชั่วยามก็ว่าได้ มีชายรูปร่างสูงคนหนึ่งกำลังยืนดู […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (ตอนจบ)

ศาสนาพุทธนิกายเทนดะอิ และชินงง กล่าวว่า “ผู้หญิงต้องทนทรมานกับบาปดั้งเดิมและอุปสรรคกีดขวาง 5 ประการ (โงะโซ) ซึงกีดขวางทำให้ผู้หญิงไม่อาจหลุดพ้นจากบ่วงกรรม และไปเกิดใหม่ได้ สิ่งที่ผู้หญิงพอจะมีหวังก็คือ การไปเกิดใหม่เป็นผู้ชายเท่านั้น“ ( “Women in Changing Japan, pp.3,5,7.) ทางด้านศาสนา ผู้หญิงถูกดูถูกกดขี่เห็นว่าเป็นสิ่งที่เลวทรามที่ทำให้ผู้ชายไม่อาจไปเกิดใหม่ แม้ว่าใน พระราชบัญญัติไทโฮ ปี ค.ศ. 70 และพระราชบัญญัติโยโรในปี ค. ศ.718 จะมีการระบุห้ามสามี มีภรรยา (ถูกต้องตามกฏหมาย) ได้เกินหนึ่งคน และผู้หญิงยังได้รับการคุ้มครองทางด้านสิทธิจากกฏหมายในสมัยนั้น […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (6)

แต่สำหรับผู้เขียน “อนุทิน คะเงะโร”นั้น เธอมีความแตกต่างจากผู้หญิงอื่นอย่างเด่นชัดที่ว่า เธอไม่พอใจ ในสภาพชีวิตและการแต่งงานของเธอ เธอจึงเขียนความรู้สึกที่เธอไม่พอใจต่างๆในอนุทินของเธอ ซึ่งคิดว่าชีวิตของผู้หญิงคนอื่นๆในสมัยนั้น ก็คงไม่ได้แตกต่างจากเธอมากนัก เพียงแต่ว่า ผู้หญิงคนอื่นไม่ได้กล่าวถึงจุดเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมมากมายเท่าเธอ ซึ่งอาจจะเป็นผลจากความรู้สึกส่วนตัวของเธอเองที่ว่า เธอถูกพ่อแม่บีบบังคับให้แต่งงานกับชายที่เธอไม่ชอบ ไม่ได้รัก และทำให้เธอมีบทบาทจำกัดเพียงแค่อยู่แต่ในที่พักของเธอเองเท่านั้น จึงทำให้ความรู้สึกที่เธอเขียนในอนุทินเต็มไปด้วยความเศร้า และเกลียดชังชีวิตของเธอเอง ถ้าจะพูดถึงจุดนี้ ศาสนาพุทธและลัทธิขงจื้อก็มีส่วนทำให้ฐานะของผู้หญิงในสมัยเฮอังด้อยกว่าผู้ชายอย่างมากทีเดียว ความนึกคิดของขงจื้อเกี่ยวกับฐานะที่ต่ำต้อยของผู้หญิงมีบันทึกใน “ชิทซึเคียว”(ข้ออ้าง 7 ประการ) ที่บันทึกไว้ว่า ผู้ชายขอหย่ากับผู้หญิงได้ โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในบทบัญญัติสมัยศตวรรษที่ 8 และมีผลใช้ในพระราชบัญญัติไทโฮและเรื่อยมา ข้ออ้าง 7 […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (4)

ก่อนที่ดิฉันจะอ่านหนังสือเล่มนี้ ขนาดชื่อ เรื่อง อนุทิน คะเงะโร ดิฉันยังมืดแปดด้านไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร มีและความหมายอะไร หนังสืออนุทินเล่มนี้ แปลมานานอ่านมาตั้งแต่สมัยไปเรียนที่อเมริกา ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า ‘The Gossamer Years’ แปลโดย Edward Seidensticker จากนั้นก็มีหลายเล่มที่แปลออกมาใหม่ แต่เล่มที่อ่านคือเล่มที่แปลโดย ไซเดนสติกเกอร์ เพราะฉบับภาษาญี่ปุ่น คงไม่มีใครอ่านได้ แม้แต่คนญี่ปุ่นปัจจุบัน เพราะเป็นภาษาเก่าดั้งเดิมในสมัยเฮอัง คะเงะโร นิคคิ คะเงะโร นิคคิ หรือ อนุทิน คะเงะโร […]