หนังสือ ภาพริมสระน้ำ (ตอนจบ)

ตอนดึก หลังจากที่ลูกนอนหลับไปแล้ว สามีเธอดื่มวิสกี้ไปพลางเล่าเรื่องให้เธอฟังว่า ในตึกของบริษัทที่ทำงานอยู่นั้น ข้างๆลิฟต์ของแต่ละชั้นจะมีช่องให้ส่งจดหมายช่องว่างที่ว่านี้ มีลักษณะเป็นช่องว่างสี่เหลี่ยมยาวจากชั้นหนึ่งจนถึงชั้นเก้า ส่วนที่หันเข้าหาทางเดินนั้น จะทำทะลุลงมาให้เห็นจดหมายที่หล่นลงมาได้จากข้างนอก ครั้งก่อนตอนที่เดินผ่านตรงนั้น ผมจะเห็นซองสีขาวหล่นลงมา จดหมายจะหล่นลงมาถึงพื้นโดยผ่านช่องว่างระหว่างเพดานและทางเดินโดยไม่เกิดเสียง บางครั้งผมจะเห็นจดหมายหล่นติดต่อกันลงมา และหล่นเลยช่องว่างไปก็มี ทางเดินของตึกนี้ จะมืดเป็นพิเศษ เวลาที่ไม่มีใครอยู่แถวนั้น อยู่ดีๆจะเห็นอะไรขาวๆหล่นลงมา ผมจะใจหายวูบ จะบอกว่าความรู้สึกที่ว่านั้นเป็นยังไงดีนะ มันไม่ต่างอะไรกับวิญญาณที่เหงาหงอยยังไงชอบกล พอผมเดินห่างจากทางเดินไปเพียงก้าวเดียว ผมจะเห็นโลกมนุษย์ของเรา ที่เราจะประมาทหรือพลั้งเผลอไม่ได้แม้แต่น้อย ไม่ว่าห้องไหนจะเห็นคนแน่นเอี๊ยดไปหมด ถ้าผมหลุดจากห้องนั้น เพื่อไปห้องน้ำคนเดียว ในระหว่างเดินกลับไปที่ห้อง จะเกิดความรู้สึกเหมือนที่ผมว่านี้ ตอนเช้ามีบางครั้งที่ผมต้องไปบริษัทเช้ากว่าปกติด้วยเรื่องงาน ผมมองไปรอบๆห้องทำงานที่ยังไม่มีใครมา […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (ตอนจบ)

ศาสนาพุทธนิกายเทนดะอิ และชินงง กล่าวว่า “ผู้หญิงต้องทนทรมานกับบาปดั้งเดิมและอุปสรรคกีดขวาง 5 ประการ (โงะโซ) ซึงกีดขวางทำให้ผู้หญิงไม่อาจหลุดพ้นจากบ่วงกรรม และไปเกิดใหม่ได้ สิ่งที่ผู้หญิงพอจะมีหวังก็คือ การไปเกิดใหม่เป็นผู้ชายเท่านั้น“ ( “Women in Changing Japan, pp.3,5,7.) ทางด้านศาสนา ผู้หญิงถูกดูถูกกดขี่เห็นว่าเป็นสิ่งที่เลวทรามที่ทำให้ผู้ชายไม่อาจไปเกิดใหม่ แม้ว่าใน พระราชบัญญัติไทโฮ ปี ค.ศ. 70 และพระราชบัญญัติโยโรในปี ค. ศ.718 จะมีการระบุห้ามสามี มีภรรยา (ถูกต้องตามกฏหมาย) ได้เกินหนึ่งคน และผู้หญิงยังได้รับการคุ้มครองทางด้านสิทธิจากกฏหมายในสมัยนั้น […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (6)

แต่สำหรับผู้เขียน “อนุทิน คะเงะโร”นั้น เธอมีความแตกต่างจากผู้หญิงอื่นอย่างเด่นชัดที่ว่า เธอไม่พอใจ ในสภาพชีวิตและการแต่งงานของเธอ เธอจึงเขียนความรู้สึกที่เธอไม่พอใจต่างๆในอนุทินของเธอ ซึ่งคิดว่าชีวิตของผู้หญิงคนอื่นๆในสมัยนั้น ก็คงไม่ได้แตกต่างจากเธอมากนัก เพียงแต่ว่า ผู้หญิงคนอื่นไม่ได้กล่าวถึงจุดเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมมากมายเท่าเธอ ซึ่งอาจจะเป็นผลจากความรู้สึกส่วนตัวของเธอเองที่ว่า เธอถูกพ่อแม่บีบบังคับให้แต่งงานกับชายที่เธอไม่ชอบ ไม่ได้รัก และทำให้เธอมีบทบาทจำกัดเพียงแค่อยู่แต่ในที่พักของเธอเองเท่านั้น จึงทำให้ความรู้สึกที่เธอเขียนในอนุทินเต็มไปด้วยความเศร้า และเกลียดชังชีวิตของเธอเอง ถ้าจะพูดถึงจุดนี้ ศาสนาพุทธและลัทธิขงจื้อก็มีส่วนทำให้ฐานะของผู้หญิงในสมัยเฮอังด้อยกว่าผู้ชายอย่างมากทีเดียว ความนึกคิดของขงจื้อเกี่ยวกับฐานะที่ต่ำต้อยของผู้หญิงมีบันทึกใน “ชิทซึเคียว”(ข้ออ้าง 7 ประการ) ที่บันทึกไว้ว่า ผู้ชายขอหย่ากับผู้หญิงได้ โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในบทบัญญัติสมัยศตวรรษที่ 8 และมีผลใช้ในพระราชบัญญัติไทโฮและเรื่อยมา ข้ออ้าง 7 […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (5)

สถานภาพของผู้หญิงในสมัยเฮอัง จาก อนุทิน คะเงะโร ภาพพจนของผู้หญิงญี่ปุ่น ที่ห่อหุ้มตัวเองในชุดกิโมโนที่ทอด้วยผ้าไหมอย่างดี หลากสี หลายชั้น ที่ทอด้วยไหมและสีสันที่สวยงาม กว่าจะออกมาเป็นกิโมโนะ ให้คนได้ใส่ เพียงแค่เดินผ่านก็อดทึ่งในความสวยงามที่แปลกตา ประณีต ละเอียด ด้วยสีสันที่เลือกเฟ้น เป็นความสวยงามที่มีทั้งความสง่างาม ทั้งหรูหรา แม้กิโมโน ราคาแพงๆอาจจะปักด้วยดิ้นทองก็ตาม แต่ก็เป็นความสวยงามที่ไม่ได้ฉูดฉาด หรือใช้สีฉาบฉวย แต่เป็นความสวยงามที่มีความวิจิตร พิสดาร ไม่อาจจะบรรยายเป็นคำพูดได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ว่า นับวันคนญี่ปุ่นที่จะใส่ชุดกิโมโนให้เห็นเหมือนเมื่อสี่สิบปีก่อน ยิ่งวันยิ่งมีให้เห็นน้อยลงทุกที ภาพพจน์ของผู้หญิงญี่ปุ่นในสมัยโบราณที่ห่อหุ้มด้วยชุดกิโมโน และสถานภาพทางสังคมของผู้หญิงญี่ปุ่นในอดีต หรือแม้แต่ปัจจุบันก็ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของคนทั่วไป […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (4)

ก่อนที่ดิฉันจะอ่านหนังสือเล่มนี้ ขนาดชื่อ เรื่อง อนุทิน คะเงะโร ดิฉันยังมืดแปดด้านไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร มีและความหมายอะไร หนังสืออนุทินเล่มนี้ แปลมานานอ่านมาตั้งแต่สมัยไปเรียนที่อเมริกา ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า ‘The Gossamer Years’ แปลโดย Edward Seidensticker จากนั้นก็มีหลายเล่มที่แปลออกมาใหม่ แต่เล่มที่อ่านคือเล่มที่แปลโดย ไซเดนสติกเกอร์ เพราะฉบับภาษาญี่ปุ่น คงไม่มีใครอ่านได้ แม้แต่คนญี่ปุ่นปัจจุบัน เพราะเป็นภาษาเก่าดั้งเดิมในสมัยเฮอัง คะเงะโร นิคคิ คะเงะโร นิคคิ หรือ อนุทิน คะเงะโร […]

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (3)

ทั้งที่เป็นอนุทินที่มีผู้อ่านมากมาย และมีชื่อเสียงติดอันดับเป็นวรรณกรรมคลาสิกเรื่องหนึ่ง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ว่า ไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ ผู้เขียนอนุทินนี้ คือใคร เพราะในสมัยเฮอัง เป็นสมัยที่แม้แต่เรื่องของคนธรรมดาสามัญก็ยังไม่มีให้สามัญชนได้อ่านกัน เรื่องที่อ่านๆกันในสมัยนั้น มักจะเป็นเรื่องราวที่เขียนโดยชนชั้นสูง สมัยเฮอังเป็นสมัยที่คนภายนอกไม่อาจรู้ได้ว่า โลกของชนชั้นสูงในสมัยนั้นเป็นอย่างไร สมัยเฮอังเป็นสมัยที่เรารู้จักแต่ละคนจากตำแหน่งที่ได้รับ เพราะสมัยนั้นญี่ปุ่นรับเอาระบบตำแหน่งต่างๆจากมีผลทำให้เรารู้จักแต่ตำแหน่งหน้าที่ของแต่ละคน แทนที่จะรู้จักว่าคนๆนั้นชื่ออะไร และเป็นใคร แม้แต่นางสนมในวังก็ตาม สมัยเฮอังจึงเป็นสมัยแห่งความพิศวง น่าสนใจ น่าศึกษา น่าค้นคว้าอย่างยิ่ง อนุทิน คะเงะโร ผู้เขียนอนุทิน คะเงะโร เป็นที่รู้จักดีในฐานะที่เป็นแม่ของมิทซิทซึนะ อนุทินนี้เป็นเรื่องที่เธอเขียนสะท้อนให้เราเห็นชีวิตสาวในวังในสมัยเฮอังของเธอเอง ว่ามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับสมัยเก่าของญี่ปุ่น ในสมัยนั้นคนที่จะขีดเขียนได้ […]

girls' day March32015

อนุทินรัก สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (2)

เมื่อตอนที่ไปเรียนที่ญี่ปุ่น เมื่อเกือบสีสิบปีที่แล้ว ทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านในเว็บนี้ คงรู้สึกขำว่า เอาเรื่องโบราณอะไรมาเล่า แต่สำหรับดิฉันเอง  เรื่องที่จะเขียนเหมือนเรื่องที่เพิ่งเกิดเมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะดิฉันได้รับความประทับใจ และความรู้มากมายจากสิ่งที่ดิฉันไม่ค่อยจะเห็นในบ้านเรา คือ คนญี่ปุ่นเป็ฯชนชาติที่รักธรรมชาติ ชอบเขียนและส่งโปสการ์ดให้แก่กัน ในโอกาสและเทศกาลต่างๆ เวลาจะขึยนคำขอบคุณไม่จำเป็นต้องใช้การ์ดขอบคุณแบบตะวันตก เขาซื้อการ์ดอะไรก็ได้ที่เขาคิดว่า สามารถแสดงความรู้สึกขอบคุณเขาได้ ดิฉันมีโอกาสอาศัยกินอยู่ในบ้านครอบครัวชาวญี่ปุ่น มีโอกาสเห็นคนญี่ปุ่นมองผู้หญิงอย่างไร ตอนที่ดิฉันได้ทุนไปเรียนที่ญี่ปุ่น ตอนนั้น ดิฉันกำลังสร้างฝัน บอกกับตัวเองว่า จากนี้ไปเราจะได้เรียนภาษาญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ดิฉันจะได้เรียนและตักตวงความรู้ให้มากที่สุด คนญี่ปุ่นไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว เจอหน้าดิฉันมักจะถามว่า ‘ยังไม่แต่งงานหรือ’ พอใครถามคำถามนี้ทีไร ดิฉันจะอดรู้สึกตะหงิดๆยังไงชอบกล ‘นี่ฉันจะมาเรียนต่อ […]

ladies in waiting Heian 2012

“อนุทินรัก” สมัยเฮอังของญี่ปุ่น (1)

สวัสดีค่ะ ทุกคนที่แวะเข้ามาในโรงเรียนเด็กวัดปรียา หรือ เทะระโคะยะ เขียนโดย    ปรียา อิงคาภิรมย์     ตามคำเรียกร้องของนักเรียน นักศึกษา และคนทั่วไปที่แวะเข้าไปเว็บเก่าของโรงเรียน Japaneseisfun.com ที่หายไปทั้งโรงเรียน มีนักศึกษาที่เรียนภาษาญี่ปุ่น และสนใจอยากเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรม และวรรณกรรมญี่ปุ่นจำนวนหลายหมื่นคน ตอนนี้ดิฉันพยายามสละเวลาเข้ามาเขียนและเอาเนื้อหาที่คิดว่ามีสาระ และความรู้มาใส่ในโรงเรียนเด็กวัดปรียา สำหรับคนที่สนใจ อยากแสวงหาความรู้เพิ่มเติม หรือ เกร็ดความรู้ทั่วไป บทความนี้ดิฉันเขียนเมื่อ เดือน เมษายนปี พ.ศ.2532( เพียงแค่ 30ปี ที่แล้ว!) […]

ajisai 6 250pt

日本語学習体験:プリヤーさんの日本語とわたし この20年

日本語学習体験談 プリヤーさんの 日本語とわたし この 20 年 ครั้งแรกในชีวิตเมื่อสี่สิบกว่าปีที่แล้ว ที่ได้ยลโฉม ดอกซากุระ ในโตเกียว ดินแดนแห่งความฝันที่อยากไปเรียนต่อ   タイのプリヤーさんは、大学に入って初めて日本語を学びました。そのときの日本語の印象はどうだったのでしょうか。文章はすべてご本人の書いたままです。 わたしから見た日本語とは何か わたしは高校までに学校では英語とフランス語を外国語として習ってきましたし、父の話す中国語の一方言である潮州語を耳から覚えて家で使っていはいましたが、それほど困難さを感じたことはありませんでした。アルファベットはフランス語に共通でしたし、潮州語は小さい時から生活の中で自然に覚えたものでした。ところが、日本語の場合は、それまで習った外国語と違って、アルファベットも使わず、日本独特の文字をつかい、それも、ひらがな、カタカナ、漢字という三種類の文字を同時に覚えなければならないので、まず、頭を抱えてしまいました。加えて、日本語は、タイ語、中国語あるいは英語とは文法構造については全然似ていないので、上達するのは容易なことではないという気持ちになりました。 たとえば、「わたしは ごはんをたべる」は、次のようになることがわかったのです。   S+O+V S +V+O 日本語 Japanese タイ語 Thai 中国語Chinese 英語 English   わたしは ごはんを たべる。   ฉัน กิน ข้าว   我食飯   […]