autumn in Tokyo1 dec2013

การเข้าสู่ “นานาชาติ” ของญี่ปุ่น –จากสายตา อดีตนักศึกษาไทยในญี่ปุ่น (ตอนจบ)

การแก้ไขปรับปรุงจากนี้ไปในอนาคต สิ่งที่ฉันมีประสบการณ์ในสามประเทศ นับตั้งแต่เป็นนักเรียนและเป็นอาจารย์ในประเทศไทย และในประเทศสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นประเทศไทยและญี่ปุ่นจะมีปัญหาร่วมไม่น้อยทีเดียว ทั้งในประเทศไทยและในญี่ปุ่น การเตรียมตัวสอบนั้น ถือว่าเป็นโลกที่แตกต่างจากการศึกษาดั้งเดิม  ที่มีความสนุกเพลิดเพลิน ความแปลกประหลาดใจในการค้นพบสิ่งแปลกใหม่และความดีใจ แต่ในการศึกษาแบบดั้งเดิม จากการศึกษานั้นๆ จะมีคำตอบให้เราเสมอ แต่ถ้าเกิดเด็กคนไหนค้นหาคำตอบไม่ได้ เราจะมีแนวโน้มมองว่าเด็กคนนั้นเป็นเด็กที่ขาดความสามารถ แต่เราคงไม่ลืมว่าในโลกแห่งความเป็นจริง ยังมีคำตอบอีกมากมายที่เราเองก็ยังค้นหาคำตอบไม่เจอ และคำตอบที่ถูกต้องอาจมีสองหรือสามคำตอบก็ได้ คนหนุ่มสาวที่เคยชินกับการสอบแบบปรนัย เขาหลายคนจะเข้าใจความเพลิดเพลินในการเรียนที่มหาวิทยาลัยหรือเวลาที่ออกไปสู่สังคม และสร้างเครือข่ายที่ดีกับผู้คนภายในและภายนอกองค์กรและทำงานได้ดีหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนหนุ่มสาวไม่เพียงแต่ภายในประเทศเท่านั้น แต่ทำงานอย่างกลมกลืนและแข่งขันกับคนในโลกหรือไม่ และจากนี้ไปคนหนุ่มสาวสามารถที่จะสร้างสังคมที่เราอยู่ร่วมกับผู้คนที่มีวัฒนธรรมและค่านิยมที่แตกต่างกันได้หรือไม่ นี่เป็นปัญหาร่วมของไทยและญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไป มีแนวโน้มที่ว่า สิ่งต่างๆที่แปลกและความคิดสร้างสรรค์มักจะถูกกีกกัน และถูกทื้งไปอะไรที่เป็นมีเนื้อเดียวกันมักจะมารวมตัวกัน  […]

Japanese onsen

การเข้าสู่ “นานาชาติ” ของญี่ปุ่น –จากสายตา อดีตนักศึกษาไทยในญี่ปุ่น (5)

ทำญี่ปุ่น “ให้เป็นสากล หรือ นานาชาติ “ เพียงแค่ชื่อเท่านั้น    หลังจากที่ฉันทำงานที่สถาบันภาษาญี่ปุ่นแห่งชาติได้สักพัก ฉันถูกทาบทามจากเจ้าหน้าที่ที่สถาบันวิจัยที่ถามฉันไม่คิดจะแปลงสัญชาติเป็นญี่ปุ่นหรือ เพราะถ้าไม่แปลงสัญชาติ ฉันจะไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าห้องวิจัย และไม่สามารถทำงานด้านบริหารของสถาบันวิจัยฯได้ ในตอนนั้น ฉันตั้งใจจะทำงานในญี่ปุ่นต่ออยู่แล้ว ตอนแรกฉันเคยคิดที่จะแปลงเป็นสัญชาติญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่พอฉันมานั่งคิดดูเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ดี ฉันรับข้อเสนอนี้ไม่ได้ เมื่อฉันได้รับคำบอกว่า ถ้าฉันไม่แปลงสัญชาติเป็นญี่ปุ่น ฉันจะทำงานด้านบริหารจัดการไม่ได้ ทั้งๆที่ทางสถาบันวิจัยเองได้สร้างภาพพจน์และสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นให้เป็น “นานาชาติ หรือ สากล” ไม่ใช่หรือ จึงรับชาวต่างชาติอย่างฉันเข้าไปทำงานด้วย อีกอย่าง ถ้าเพียงแค่ฉันทำงานวิจัยของฉันได้ ฉันไม่รู้สึกว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้บริหารอะไรเป็นพิเศษ เพียงการยกเอาเหตุผลที่ว่า ฉันเป็นต่างชาติไม่ใช่คนญี่ปุ่น […]

Autumn in Tokyo, Edo Buildings

การเข้าสู่ “นานาชาติ” ของญี่ปุ่น –จากสายตา อดีตนักศึกษาไทยในญี่ปุ่น (4)

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ก็คือ ในการประชุม ก็เช่นเดียวกับ ในกรณีที่มีการชี้แจงข้อสงสัยในรัฐสภาของญี่ปุ่น การชี้แจงจะดำเนินการตามที่คนเตรียมเขียนบทไว้ให้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ในระหว่างการประชุมในรัฐสภาไม่อนุญาตให้มีคำถามและข้อโต้แย้งใดๆที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ อะไรที่ฟังแล้วไม่เข้าใจก็ทิ้งไว้ทั้งๆที่ไม่เข้าใจอย่างนั้น ไม่ว่าจะมีคนที่ไม่เห็นด้วยก็ตาม ทั้งนี้ก็เพราะข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆก็มีการเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน  ดังนั้น การเสนอความคิดเห็นในที่ประชุมก็เป็นความคิดเห็นจากฝ่ายเดียว โดยไม่มีการวิจารณ์ด้านเชิงบวก หรือด้านเชิงสร้างสรรค์ ตลอดจนการโต้แย้งใดๆ นานๆครั้ง ก่อนจบการประชุม อาจมีประธานในที่ประชุมกล่าวแสดงความคิดเห็นอะไรเพิ่มเติมก็ได้ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา นอกจากนั้น ในการประชุมทางด้านวิชาการ แทบจะไม่มีใครถามคำถามเกี่ยวกับเนื้อหางานวิจัยที่เพิ่งพูดจบไป พอผู้พูด พูดเสร็จแล้ว ผู้ดำเนินรายการก็พร้อมที่จะเปลี่ยนให้ ผู้พูดคนต่อไปขึ้นมาพูด นี่ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่แปลกเช่นกัน ในงานประชุมทางด้านวิชาการแห่งหนึ่ง ฉันถามนักวิชาการชาวออสเตรเลียที่ฉันรู้จักดีว่า “ทำไมไม่ค่อยเห็นคนที่มาประชุมงานวิชาการยกมือถามคำถาม”  นักวิชาการชาวออสเตรเลียนตอบฉันว่า […]

Sashimi

การเข้าสู่ “นานาชาติ” ของญี่ปุ่น –จากสายตา อดีตนักศึกษาไทยในญี่ปุ่น (3)

ไม่มีตัวตนของเสรีภาพทางด้านวิชาการ การทำญี่ปุ่นให้ เป็น “นานาชาติ หรือ สากล” นั้น เป็นเพียงชื่อเท่านั้น ตอนแรกที่ฉันไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศที่ฉันมีอิสระเสรี มีความเป็นตัวของตัวเองในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและถกเถียงกับคนอื่นได้อย่างสบายใจ บรรยากาศใหม่ๆที่ได้รับทำให้ฉันคิดว่า ถ้านักศึกษาไม่เข้าใจอะไร นักศึกษาก็จะยกคำถามขึ้นมาถามผู้สอนได้อย่างเต็มที่ ส่วนผู้สอนก็จะตอบคำถามนักศึกษาจนกว่านักศึกษาจะเข้าใจ   ถ้าผู้สอนอธิบายแล้ว นักศึกษายังไม่เข้าใจ ผู้สอนสัญญากับนักศึกษาว่าคราวหน้าจะอธิบายให้ฟังอีกครั้ง หรือแม้แต่เวลาที่ฉันไปร่วมงานประชุมทางด้านวิชาการ นักวิจัยที่มีผลงานเสนอให้ผู้ฟังในที่ประชุมทางวิชาการ พูดเสร็จก็แทบจะไม่มีใครยกมือถามคำถาม ฉันแทบไม่เคยเห็นว่าจะมี นักวิจัยคนไหนที่จะต้องจดคำถามที่ผู้เข้าร่วมในงานวิชาการถามเลย บรรยากาศที่ว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาทั้งในการประชุมทางด้านวิชาการในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น เมื่อมองย้อนกลับไปในสมัยฉันเป็นนักเรียนมัธยมต้น ฉันได้รับคำเตือนและคงจะรำคาญจากครูผู้สอนชาวไทยว่า ฉันถามคำถามมากเกินไป ในขณะที่ไม่เห็นมีนักเรียนคนอื่นไม่เข้าใจ และถามครูผู้สอนเหมือนฉัน  ตั้งแต่นั้นมา […]

The Bellerive2 jan202019

「国際化」と学問の独創性--元タイ留学生の見たニッポンーー (終了)

今後の改善に向けて タイ、米国、日本の三力国で学生と教員を 験してきて思うのは、タイと日本とではかなり共通な課題をかかえているということである。 タイでも日本でも受験勉強は、本来の勉学の興味、楽しさや発見の新鮮な驚きと喜びとは別の世界のものである。そこでは答は必ずあるものであり、答が見つからないのは、その子供の能力が足りないからだと見なされる。しかし、現実の世界には答がまだ見つかっていないものが山ほどあるし、二つも三つも正解があるものもある。 多肢択一式試験に慣らされてきた若者たちが、果たして大学で学問の楽しさを理解したり、あるいは、社会に出て組織内外の人たちと有効なネットワークを築いて良い仕寧をしていけるのだろぅか。ことに、国内だけではなく世界の人々と協調して、あるいは競争してやっていかなければならない局面に立たされたとき、これからの若者たちが文化や価値観の異なる人々と、うまく共生社会を築いていけるのだろか。これは、タィと日本に共通の問題なのである。 また、日本政府は留学生の受入れに熱心であるが、教育の現場では、果たして日本人学生留学生とが相互に学び合い、刺激し合う機会は十分あるのだろうか。そういった場を大学は用 意し、多くの教職員や大学を取り巻く地域の人々は、それに積極的に関わってきているのだろうか。異文化は排除するものではなく、相互に視野を広めるために欠かせない刺激剤である。自らのものとは異なる価値観は混乱の原因ではなく、多様な世界を理解し様々な人間のあり方を知り認め合うために重要な素材である。 しかし、一般には異質なものや独創的なものは差別され排除される傾向にあり、同質なものは寄り集まりたがってきた。人間自身も文化自体もそぅであった。 しかし、そのことが相互の誤解、誤った先入観、いわれのない偏見を私たちの心に招き入れ、人種間や民族間での憎悪を育ててきた。これを改善できる可能性がある手段の一つが、本来は教育と学術研究なのであり、その意味で、教育と研究の真の国際化はきわめて重要なことなのである。 これからは、それらの改善に向けた具体的な アクション•プランを作る努力が緊急の課題となると考える。このことなしに、日本社会の国際化も、アジアや世界の人々の心の国際化も、そして相互の理解も実現し得ないのではないのか

purple flower UK

「国際化」と学問の独創性--元タイ留学生の見たニッポンーー (5)

名ばかりの「国際化」 私が国立国語研究所に就職してしばらくして、日本国籍を持っていないと当初からのボス卜である主任研究官から管理職である研究室に昇進させることはできないので、帰化しないかと聞かれた。私は、当分、日本で仕事を続けるつもりなので、最初、日本国籍を取ろうかと思った。 しかし、考えてみると、「国際化」の象徴として外国人を採用しておきながら、管理 職にするためには帰化せよと言われるのに納得がいかなかった。それと、自分の研究さえできれば、とくに管理職になる必要は感じなかった。ただ、外国人であるからというだけの理由により、このような扱いを決めた者に、自分自身の立場に置き換えて考えてみてほしいと思うことがある。 それは、一般的にいって、自分より後から採用された、若く、まだ業績も十子こなく、学歴も髙くはない後輩が次々に管理職に登用されていき、自分だけは定年まで昇進しないとい態になつたときに、果たして意欲を失わず仕事に積極的に取り組み続けていけるだろうかということである。 これは、外国人を任用することにより教育、研究の進展を図り、学術の国際交流の推進に資するという目的の特別措置法の趣旨とも矛盾することである。あるいは、その「国際化」がお題目だけに終わつていることを自ら証明するも のともいえる。 職務上、求められることは他の人とまつたくて同様であるにもかかわらず、外国籍であるというだけの理由によつてこのような扱いがまかり通ることと本来の国際化とは矛盾することは、誰の目にも明らかである