We are in charge of our health–เรารับผิดชอบร่างกายของเรา (1)

Health

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน ทื่แวะเข้ามาโรงเรียนเด็กวัดปรียา

new4

วันนี้ อยากจะเขียนเรื่อง อาหาร และร่างกายของเรา ที่เราต้องคอยดู ตามที่คุณหมอสั่งว่า มีอะไรบ้างที่ไม่ควรกิน และจะรักษาสุขภาพของเราให้แข็งแรงได้อย่างไร เพราะเมื่อเข้าสู่วัยสาวน้อย หนุ่มน้อย เรื่องอาหารและเรื่องสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเราทุกคน เพราะฮอร์โมนเปลี่ยน กล้ามเนื้อก็อ่อนแอลง จึงเป็นวัยที่เราต้อง ลงทุน  เวลา และเงินในการที่จะต้องดูแลสุขภาพของเราเอง

ทุกปี เมื่อเราไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาล คนไทยทุกคคนควรจะรู้สึกดีใจแบะคิดว่าเราโชคดีขนาดไหน ที่เรามีระบบการตรวจสุขภาพประจำปี ที่ทุกคนจำเป็นต้องแบ่งเวลา ไปให้หมอตรวจสุขภาพทุกปี ไม่ใช่คิดว่า ไม่ได้เป็นอะไรทำไมต้องไปตรวจ และค่านิยมเก่าๆที่กลัวโรงพยาบาล จะต้องเปลี่ยนค่านิยมใหม่ ไม่ใช่สมัยก่อนเมื่อเราเป็นเด็ก ไม่ป่วยก็ไม่ไปหาหมอ เข้าโรงพยาบาลส่วนใหญ่อาการหนักแล้วทั้งนั้น ทำไมเราไม่ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด ด้วยการไปตรวจร่างกาย จะได้รู้ว่า ร่างกายเรามีส่วนไหน หรือตรงไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะแต่ละคนจะมีปัญหาทางร่างกายแตกต่างกัน

ทั้งที่เราคิดว่า ประเทศมหาอำนาจของโลก เช่น อเมริกา อังกฤษ เป็นต้น ขอเรียนให้ทราบว่า ประเทศมหาอำนาจของโลก ไม่มีการตรวจร่างกายประจำปีเหมือนบ้านเรา  ถ้ามีปัญหาต้องหาหมอ หรือเข้าโรงพยาบาล ราคาจะแพงมาก คนธรรมดา ไม่มีปัญญาสู้กับค่าหมอ ค่าโรงพยาบาลได้  เราจึงไม่แปลกใจที่เห็นชาวต่างชาติมารับการรักษาในบ้านเรามากขึ้นทุกวัน ขนาดเดินทางมาได้พักผ่อนได้รับการรักษา ต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินก็ยังราคาถูกกว่าในประเทศของเขา

ดร ไวล์เขียนไว้ในหนังสือเกี่ยวเรื่อง “เราเป็นคนดูแล หรือควบคุมสุขภาพของเราเอง” และเขียนไว้ชัดเจนว่า เมื่อสี่สิบปีที่แล้ว อเมริกามีการรักษาที่ดีที่สุดของโลก แต่ปัจจุบัน อเมริกา ระบบประกันสุขภาพแพงมาก และคนธรรมดา ไม่มีปัญญาจ่ายเงินค่าประกันสุขภาพ ทำให้ ระบบการรักษาพยาบาล ของอเมริกาแพงที่สุดในโลก แต่ผลที่ได้น้อยมาก  เมื่อคนอเมริกัน ไม่อาจจ่ายค่าประกันสุขภาพ สุขภาพของคนในประเทศย่อมไม่ได้รับการดูแล ทำให้มาตรฐานการรักษาในอเมริกา ไม่ได้ดีเยี่ยมเหมือนสมัยก่อนที่คนต้องเดินทางไปรับการรักษาที่อเมริกา

8

จากการที่ค่าหมอ ค่ารักษาราคาแพงมาก ค่าประกันสุขภาพคนอเมริกาส่วนใหญ่ซึ่งตอนนี้ ชนชั้นกลางได้หายไปเรียบร้อยมาหลายสิบปีแล้ว ปัจจุบัน ประเทศอเมริกาจึงเป็นประเทศที่มีคนรวยไม่ถึง 10% นอกนั้นเป็นคนจน หรือคนหาเช้ากินค่ำส่วนใหญ่

จากประสบการณ์ของการอยู่อเมริกา หมอที่เราไปหา ถ้าคนไข้น้ำหนักเกินพิกัด หมอก็จะไม่เคยแนะนำให้ไปออกกำลังกาย หรือเปลี่ยนอาหารการกิน หรือสั่งให้ไปลดน้ำหนัก ใครที่เป็นโรคมะเร็งผิวหนัง หมอก็ไม่เคย ถามว่า ใช้ครีมกันแดดหรือเปล่า หรืออย่าพยายามไปสู้กับแดด เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้ เรียนรู้จากการที่คนที่บ้านไปหาหมอ แต่หมอไม่เคยแนะนำ

วันหนึ่ง คนที่บ้านเนื่องจากเป็นชาวต่างชาติอยู่ในประเทศที่ไม่มีแดดมาตั้งแต่เด็กและผู้ชายส่วนใหญ่ ไม่ว่าชาติดไหน จะมีสักกี่คน ที่จะยอมสละเวลาเอาครีมกันแดดมาทาทุกวัน เหมือนผู้หญิง

ดังนั้น เมื่อไปหาหมอทีไร หมอก็จะทั้งพ่น และจี้ที่ผิวหนังของคนที่บ้าน หรือไม่ก็ต้องตักเอาเนื้อเยื่อไปตรวจว่าเป็นมะเร็งผิวหนังหรือไม่ ตรวจทีไร ก็จะโดนคือ กำลังจะเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือเริ่มเป็น ถ้าไม่รีบรักษาก็คงแย่

แทบทุกครั้ง ตัวเองไปหาหมอกับคนที่บ้านทุกครั้ง และเข้ไปในห้องตรวจด้วยกันทุกคน ก็เลยถามหมอผิวหนังว่า มีความจำเป็นหรืไม่ที่จะต้องใช้ครีมกันแดดหรือไม่

หมอตอบว่า “แน่นอน ทุกวันก่อนออกจากบ้านต้องใช้ครีมกันแดด” ทำให้คนที่บ้านที่ไม่ยอมทาครีม เพราะไม่ชอบใช้ครีมอะไรสำหรับผู้ชายย่อมเข้าใจได้ พอได้ยินที่หมอบอก แน่นอนคนที่บ้านก็คงไม่ทาผิวเช่นเดิม

ทางออกก็คือ ตัวเองจะเอาครีมกันแดดทาให้ทุกวัน ผลจากที่พยายามทาครีมกันแดด เวลาผ่านไป ผลจากการไปตรวจทุกสี่เดือนดีขึ้น จนกระทั่ง เหลือพ่นที่จมูก หรือที่หน้าผากนิดหน่อย เราจึงต้องระวังดูแลผิวของเรา ระยะหลังมาตรวจที่เมืองไทย หมอตรวจละเอียดมาก ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะดูแลมาตลอด ขโมยวิชาหมอมาใช้ เห็นมีอะไรขึ้นที่จมูกก็จะเอายาทาและตามด้วย วาสลิน

แต่เป็นเรื่องที่แปลกมาก หลังจากมาอยู่ที่เมืองไทย ที่ได้ข่าวจากเพื่อนว่า คนไทย ทั้งทีอยู่ในประเทศที่มีแดด กลับมีปัญหาเรื่องผิวหนัง เพราะคนส่วนใหญ่ กลัวแดด และส่วนใหญ่สุ่มเดาว่า ตัวเองอยู่เมืองไทย อากาศร้อน มีแดดทั้งวัน ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดวิตามินดี

แต่ถ้าเราลองพิจารณาชีวิตของคนในกรุงเทพ หรือคนที่ทำงานกินเงินเดือน วันๆจะอยู่ในตึก หรือห้องสี่เหลี่ยม ในห้องแอร์ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่ได้สัมผัสหรือถูกแดด แม้แต่น้อย

เราจำเป็นต้องกินวิตามิน ดี ซึ่งตอนนี้ งานวิจัยออกมามากว่า วิตามินดี มีประโยชน์อย่างมากต่อร่างกาย ไม่เพียงแค่สำหรับคนที่ไม่ได้รับแดดดีเพียงพอเท่านั้น ผลจากโควิด งานวิจัยพบว่า คนผิวดำที่เสียชีวิตมาก เป็นเพราะขาดวิตามินดี  ดังนั้น ใครที่ไม่เคยกินวิตามินดี คงจะต้องดูแลร่างกายตัวเอง ด้วยการเริ่มหาซื้อวิตามินดีมากินเพื่อสุขภาพของตัวเอง

แดดดีคือตอนเช้า จึงต้องให้ร่างกายได้รับแสงแดดที่ดีบ้าง แต่หลังจาก 10.00- 16.00 น เป็นแดดไม่ดี เมื่อออกไปข้างนอกต้องทาครีมกันแดด

Leave a Reply