images

ขอถามความในใจ ริคิว(3)

and culture, Japan and culture, Japanese is fun, Terakoya, ชีวิตในญี่ปุ่น, วัฒนธรรม ความเชื่อ, หนังสือ

คิดถึงอดีตสมัยเด็ก

พอพระริคิวออกไปแล้ว ฮิเดะโยะชิ นั่งมองข้าวเดือยในชาม และบ๊วยเค็มดอง (umeboshi)หนึ่งลูกที่พระ   ริคิวให้มา แล้วก็ยกชามข้าวเดือยขึ้นพลุ้ยกินด้วยความเอร็ดอร่อย จนหมดเกลี้ยง

หลังจากที่ ฮิเดะโยะชิกินข้าวเสร็จแล้ว พระริคิวก็เข้าไปนั่งในห้องพิธีชงชา โดยที่พระริคิวนั่งตรงข้ามกับ    ฮิเดะโยะชิ

…. ฮิเดะโยะชิถามพระริคิวว่า “ข้าวเดือยที่ยกมาให้กิน ท่านคงเห็นว่า ข้าฯมีกำเนิดมาจากตระกูลชาวนาที่ต่ำต้อย ยากจนใช่ไหม”

หลังจากถามคำถามพระริคิวแล้ว ฮิเดะโยะชิก็ยังอยู่ในสภาพอารมณ์ที่ว่า ข้าวเดือยที่พระริคิวให้เขากินชามนั้น ทำให้เขาหวนระลึกถึงสมัยตอนที่เขาเป็นเด็กยากจน

ฮิเดะโยะชิ เล่าให้พระริคิวฟังว่า “ตอนที่ข้าฯยังเป็นเด็ก แม้ว่าครอบครัวจะยากจน แต่เราก็มีชีวิตสบาย พอตกกลางคืน ข้าฯจะใช้หน้าตักของแม่ นอน แทนหมอน

แม่จะบอกข้าฯเสมอว่า “ลูกไม่ต้องเป็นห่วงหรือกังวลใจใดๆ ขอให้ลูกนอนหลับให้สบายใจ พรุ่งนี้เช้าพอลูกตื่นขึ้นมา เรื่องไม่ดีหรือเรื่องที่เป็นห่วงกังวลใจทั้งหลายก็จะหายไปเอง“ ฮิเดะโยะชิเล่าเรื่องราวตอนเด็กให้พระริคิวฟังไปแล้วก็ร้องไห้ไป

พอฮิเดะโยะชิพูดจบพระ รคิว ก็ยกถ้วยชาที่ชงชาเรียบร้อยแล้ว วางข้างหน้าของฮิเดะโยะชิ แล้วพระริคิวก็หันหน้าไปที่ภาพแขวนหน้าโทะโคะโนะมะ และพูดว่า

“ขอให้ท่านลองลิ้มรส ด้วยการดื่มชานี้เพียงจิบเดียว ท่านก็จะได้ลิ้มรสและสัมผัสความยินดีปรีดาที่ท่านยังมีชีวิตอยู่“ พูดเสร็จ ฮิเดะโยะชิ ก็หันไปมองภาพแขวนที่เขียนด้วยตัวคันจิ 閑ที่แขวนในห้องพิธีชงชา

ความเงียบสงบ และการพักผ่อน

ภาพแขวน 閑 ที่เขียนอาจหมายถึง ความเงียบสงบ(ของจิตใจ) และการพักผ่อนหรือการพักพิงทางใจ

ความเงียบสงบทางจิตใจในที่นี้ คงไม่จำเป็นต้องอธิบายก็ได้ เพราะห้องพิธีชงชาจะถูกออกแบบและสร้าง ในเนื้อที่แคบๆ เป็นห้องเล็กๆเหมือนกระท่อม ไม่ว่าใครจะมีฐานันดรใดก็ตาม ไม่ว่า ซามูไร หรือคนธรรมดาก็ตาม ทุกคนที่เข้าไปดื่มน้ำชาในห้องพิธีชงชา ทุกคนจะมีศักดิ์ศรีและมีความเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งชนชั้น ซามูไรหรือชาวนาแต่อย่างไร

แม้แต่ซามูไรที่มีดาบติดตัว ก่อนจะเข้าห้องพิธีชงชา ซามูไรทุกคนจะต้องวางดาบไว้ข้างนอก ต่อให้เป็นนักรบ หรือผู้ยิ่งใหญ่เพียงไหน ทุกคนจะต้องก้มตัวลงต่ำ เพื่อลอดประตูเล็กสี่เหลี่ยม ถึงจะเข้าไปในห้องพิธีชงชาได้

ทันที่ที่เข้าไปในห้องพิธีชงชา จะเป็นอีกบรรยากาศหนึ่งทันที เพราะห้องพิธีชงชา เปรียบเสมือนห้องที่เข้าไปสงบสติอารมณ์ ก่อให้เกิดความสงบทางจิตใจ มีแต่ความเงียบสงบ และถือว่าเป็นสถานที่ที่สร้างไว้สำหรับพักพิงทางใจ

ดังนั้น ภาพตัวอักษรคันจิที่แขวนไว้ในห้องชงชา เมื่อพระริคิว ค่อยๆหันหน้าไปทางภาพวาดที่แขวนไว้บนฝาผนัง พร้อมกับเชิญให้ ฮิเดะโยะชิ ลิ้มรสของชาที่เขาชงให้กิน ใครก็ตามที่มีโอกาสดื่มชาที่พระริคิวชงในห้องพิธีชงชา คนๆนั้นจะได้ลิ้มรสของชาและมีโอกาสสัมผัสกับความเงียบสงบ และค้นพบความสงบทางจิตใจ ดังนั้น ภาพแขวนที่เขียนด้วยตัวคันจิ 閑ที่แขวนในห้องพิธีชงชา จึงถือเป็นสถานที่รโหฐานมีไว้เพื่อเป็นที่พักพิงทางใจ และเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ทำให้คนรำลึกถึงความสุขของการที่ยังมีชีวิตอยู่

หนี้บุญคุณ

หลังจากที่ฮิเดะโยะชิดื่มชาที่พระริคิวชงให้เรียบร้อยแล้ว พระริคิวบอก ฮิเดะโยะชิว่า ‘ข้าฯจะไปพูดกับท่านโอะดะ ”(ไปขอร้องให้โอะดะไว้ชีวิตฮิเดะโยะชิ) เพราะ ตอนนั้น พระริคิวเป็นพระคนโปรดของโอะดะ ที่เจ้านายโอะดะจะไปเข้าพิธีชงชาที่พระริคิวชงให้กิน

ตอนที่ฮิเดะโยะชิ ไปหาพระริคิว ตอนนั้น เขายังไม่ได้เป็นใหญ่ แต่เขาตั้งตัวเป็นใหญ่และมีอำนาจ เมื่อเขารบแก้แค้นแทนเจ้านายโอะดะ หลังจากที่ โอะดะ ฆ่าตัวตาย เพราะถูกลอบโจมตีและคว้านท้องตัวเองตายในที่สุด

ความเร้นลับเกี่ยวกับ “ความงาม” ของริคิว

จากหนังเรื่องนี้ เมื่อพูดถึง “ความงาม” ผู้ชมจะเห็นได้ชัดถึงความรัก ความลุ่มหลงและหลงใหลใน “ความงาม” ที่พระริคิว สร้างขึ้นจากจินตนาการ ความรัก ความหลงใหล และการเสาะแสวงหา “ความงาม” ที่เขาต้องการไขว่คว้ามาให้ได้นั้น ไม่มีวันสิ้นสุด นับตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นหนุ่ม แม้จนวันสุดท้ายของชีวิตของพระริคิว

พระริคิว ไม่เกรงกลัวและไม่ยอมก้มหัวให้ใครเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “ความงาม” แม้แต่ นักรบผู้ยิ่งใหญ่ เช่น โอะดะ ที่ให้การสนับสนุนพระ ริคิว มาตั้งแต่ตอนที่เขาเป็นหนุ่ม พระริคิวก็ไม่เกรงกลัว

“ความงาม” ที่พระริคิวหลงใหลอย่างมากนั้น มึความลึกซึ้งเกินกว่าที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้  เป็ “ความงาม” ที่เขาเสาะแสวงหามาตลอดชีวิต มีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดในชีวิตของเขา ขนาดที่พระริคิวกล้าพูดกับ โอะดะตรงไปตรงมาอย่างไม่เกรงกลัวและเกรงขามอะไรทั้งสิ้น

เมื่อโอะดะ ถามเขาพระริคิวว่า “ความงาม” ในนิยามของพระริคิว คืออะไร พระริคิว ตอบ โอะดะ ด้วยคำพูดที่มั่นใจและประทับใจมากก็คือ

เมื่อพูดถึง “สุนทรียะหรือความงาม

ข้าพเจ้าเป็นคนตัดสิน

ไม่ว่าวัตถุหรือสิ่งใดที่ข้าพเจ้าเลือกหรือสรรหามาได้

วัตถุและสิ่งของนั้น จะก่อเกิดเป็นตำนาน (เป็นที่เล่าขานตลอดกาลหรือเป็นสิ่งของที่มียี่ห้อและประเมินเป็นราคาไม่ได้)”

Leave a Reply