DSC02224

生き甲斐 อิคิงะอิ คุณค่าของการมีชีวิต (3)

All about Japanese, and culture, Japan and culture, Japanese is fun, Terakoya, ชีวิตในญี่ปุ่น, วัฒนธรรม ความเชื่อ

ขอเอาเรื่องที่คนเขียนเกี่ยวกับ อิคิงะอิ ที่โพสมาให้อ่าน

  • Stay active; don’t retire กระตือรือร้นกับชีวิตแบบไม่มีวันเกษียณ

ขอยกตัวอยางตัวเองที่ ไม่เห็นด้วยว่า ทำไมคนเราต้องมีเกษียณด้วย เรื่องการ เกษียณ จึงเป็นเหมือนการยัดเยียดจากสังคม ที่กำหนดว่า เราทุกคนทำงานแล้วต้องเกษียณเมื่ออายุ 60หรือ 65 ปี  ตามที่เราเห็นๆกัน บางคนเกษียณแล้วอาจจะแข็งแรงกว่าคนที่ยังไม่ได้เกษียณ

แต่ตัวเอง เนื่องจากไม่สนใจ หรือให้ความสำคัญกับเรื่อง เกษียณ ก็เลยเกษียณ ตัวเอง เมื่ออายุ หา 51 ปี เพื่อแลกกับสุขภาพที่ต้องทนทรมานกับ เกสรดอกไม้ในญี่ปุ่นไม่ได้  และอีกอย่างตั้งใจอยากออกมาเพื่อเขียนหนังสือและทำสิ่งที่ยังต้องการทำให้ได้ นั่นคือ อิคิงะอิ ของตัวเอง และก็ยังเป็นแบบที่ตั้งใจไว้  คือตราบใดที่ยังแข็งแรง สมองและร่างกายยังพร้อมที่จะทำงานทุกอย่างที่ต้องการได้ ก็จะไม่ยอมหยุดยั้งที่จะทำงานที่ตัวเองรัก เพราะนั่นคือ พลังที่สำคัญที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า หรืออิคะงะอิ

เรียนรู้และตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ ต่างๆในโลก รักในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่สำคัญและมีคุณค่าต่อชีวิตตนเอง ทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด มีความก้าวหน้าทุกๆวัน และชื่นชมสิ่งดีๆรอบตัว

  • Take it slow ทำอะไรให้ช้าลง

สำหรับข้อนี้ คงจะถูกโฉลกกับนิสัยตัวเอง ประกอบกับคนญี่ปุ่นมีนิสัยที่เป็นชนชาติที่คิดไตร่ตรอง ไม่ชอบการเสี่ยง หรือรีบเร่ง โดยไม่ให้เวลาตัวเอง แต่จะสอนให้คิดอะไรต้องรอบคอบ  ดังนั้นทุกอย่างก่อนที่จะทำอะไร จึงต้องมีการวางแผนอย่างดี ว่าผลดี ผลเสียคืออะไร ไม่ใช่รีบๆตัดสินใจ ถ้าคิดแบบนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ยิ่งถ้าเป็นเรื่องเล็ก ก็ยิ่งตัดสินใจได้ง่าย เพราะไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ต้องใช้เวลาตัดสินใจมากนัก

แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ จากการที่ตัวเองเป็นคนที่ก่อนจะทำอะไร ต้องคิดให้ดี คิดให้รอบคอบ มีข้อมูล ทั้งจุดดี จุดเสีย แล้วก็ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง เมื่อคิดจนรอบคอบอย่างดี ถี่ถ้วนแล้ว ก็คงต้องตัดสินใจเอง และยังต้องตอบตัวเองได้ ว่า จุดดี จากการตัดสินใจนั้นๆ คืออะไร และจุดเสียคือ อะไร

จากนั้นก็เอาจุดดี จุดเสียมาเทียบกัน และตอบตัวเองได้หรือไม่ว่า ถ้าตัดสินใจแบบนั้นๆลงไป ข้อเสียที่จะเกิดขึ้นหรือมีการเตรียมตัว เตรียมใจ รับกับเหตุการณ์ที่จะต้องเผชิญได้หรือไม่

และยังต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า จุดดีจากการตัดสินใจคือ อะไร ต้องเอามาชั่งน้ำหนักดูอย่างรอบคอบ ถ้าตอบตัวเองได้ ก็ยังต้องถามตัวเองให้แน่ใจว่า ตัวเองพร้อมที่จะตัดสินใจแบบไหนดี

เมื่อไตร่ตรองเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่า ผลจากการตัดสินใจเลือกทำสิ่งใดจะเป็นอย่างไร ไม่มีการโทษใคร เพราะในที่สุด ในเมื่อชีวิตเป็นของเรา ถ้าตัวเราเองไม่กล้า หรือไม่เป็นคนตัดสินใจเองปล่อยให้คนอื่นช่วยเราตัดสินใจได้อย่างไร   ถ้าทำแบบนี้ ไม่ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร จะไม่มีคำว่า เสียใจภายหลัง  ชีวิตเป็นของเรา เราก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ดังนั้น การทำอะไรที่ต้องคิดไคร่ครวญ ไตร่ตรองให้ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เราต้องให้เวลาตัวเองไม่ใช่เรื่องที่ว่า ต้องใช้เวลานานมากมาย แต่หมายความว่า ให้เวลาตัวเองเป็นคนตัดสินใจ  ไม่มีการโกหกตัวเอง ต้องคิดทั้ง ด้านภาวะวิสัย และ อัตวิสัยทั้งสองอย่าง การตัดสินใจจะได้ไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง

Leave a Reply