6 church 2012

เรื่องสั้น โทษใครดี (2)

and culture, Japanese is fun, USA, writer, นักเขียนนวนิยาย

ดิฉันแปลเรื่อง โทษใครดี  เรื่องนี้และตีพิมพ์ในวารสาร เพื่อนหนังสือ  ปีที่ 4 ฉบับที่ 40 พ . ศ.  2537 ( เมื่อ 25 ปีที่แล้ว)

————-

ข้าพเจ้ารำลึกถึงอดีตที่แสนขมขื่น ส่วนใหญ่จากความทรงจำวันเก่าๆที่ขมขื่นของข้าพเจ้าเหล่านั้นมีอิทธิพลในการหล่อหลอมทำให้ร่างกายและจิตใจของข้าพเจ้าโตขี้นมาเป็น…. ข้าพเจ้าในปัจจุบัน ทั้งที่ชีวิตในวัยเด็กของข้าพเจ้าเป็นดังที่รู้กันดีก็ตาม ข้าพเจ้าพยายามอย่างยิ่งที่จะพัฒนาตัวเองให้เป็น “คนปกติธรรมคาคนหนึ่ง” ถ้าคำพูดนี้เป็นคำพูดที่ยอมรับได้ หรือถ้าคำพูดนี้จะใช้กล่าวถึงคนปกติธรรมดาอย่างคลุมเครือไม่ชัดเจนหรือประเภทใดก็ตาม ข้าพเจ้าเชื่อว่าข้าพเจ้าเป็น”คนปกติธรรมคาคนหนึ่ง” แม้ว่าบุคลิกภาพของข้าพเจ้า ไม่ค่อยจะเป็นไปตามที่ข้าพเจ้าปรารถนาทีเดียวนัก ด้วยรูปร่างที่สูงและผอม แก้มตอบ แต่ข้าพเจ้าก็ยังคงเป็นมนุษย์ที่ใช้การ ใช้งานได้ และมีความถ่อมตัว ด้วยเสื้อผ้าที่ข้าพเจ้าเลือกสวมใส่อย่างหมาะสม ใบหน้าที่โกนหนวดอย่างสะอาดเกลี้ยงเกลา ตลอดจน ผมที่ตัดสั้นดูเรียบร้อย ข้าพเจ้าผ่านคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นคนปกติธรรมดาดังที่ข้าพเจ้ากล่าวมาข้างต้น

แม้ว่าข้าพเจ้าต้องใช้เวลาพัฒนาตัวเองอย่างมากในการปรับตัวเข้ากับสังคม พฤติกรรมบางอย่างที่ข้าพเจ้าเรียนรู้และได้มาโดยไม่ได้ตั้งใจตอนเป็นเด็กยังคงฝังลึกในตัวข้าพเจ้า และบ่อยครั้งพฤติกรรมที่ว่านี้จะปรากฎออกมา นำความอดสู และความอับอายอย่างมากให้กับข้าพเจ้า เช่นเดียวกับคนอื่นๆอีกหลายคน ไม่มีคำว่ายกเว้น เพราะข้าพเจ้าก็เช่นกัน…

ประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าได้รับ สมัยเป็นเด็กยังคงหลอนข้าพเจ้าและมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของข้าพเจ้าตราบจนทุกวันนี้

ทุกท่านคงไม่ต้องสงสัยเพราะเรื่องที่ว่านี้ ค่อนข้างจะเป็นจริง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณถูกเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่ว่าการเอาเท้าพาดหรือวางบนโต๊ะกาแฟเป็นเรื่องที่ไม่เสียหายอะไร คุณก็จะติดนิสัยการเอาเท้าวางบนโต๊ะกาแฟเป็นประจำ แม้คุณจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และทำมาหากิน ยืนด้วยลำแข้งของตัวเองแล้วก็ตาม ถ้าคนที่เลี้ยงคุณมาเป็นคนที่สูบบุหรี่ โอกาสที่คุณจะติดหรึอสูบบุหรี่ตามคนที่เลี้ยงคุณย่อมเป็นไปได้สูง หรือถ้าคุณถูกเลี้ยงดูมาท่ามกลางคนขี้เหล้าหรือคนที่ติดสุราเรื้อรังโอกาสที่คุณจะจิบเหล้าเพื่อบำรุงจิตใจคุณก็เป็นไปได้มากทีเดียว

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เรียนรู้ติดตัวนั้นไม่ใช่ของง่ายดาย เพราะแม้ข้าพเจ้าพยายามที่จะปรับเปลี่ยนอุปนิสัยทั้งหมดที่มีอยู่ของข้าพเจ้าด้วยการพยายามที่จะเรียนรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก อะไรร้อนอะไรหนาว และพยายามเก็บกดความ เกลียดชังที่มีอยู่อย่างสุดขั้ว และพยายามที่จะไม่ให้ความน่าเกลียดนั้นโผล่ออกมาก็ตาม แต่ “เจ้าปีศาจต่ำช้า”ที่ข้าพเจ้าตั้งชื่อให้นี้ ก็ยังคงซ่อนตัวอยู่ในความมืดในจิตวิญญาณข้าพเจ้าและพร้อมที่จะโผล่ออกมาให้เห็นเมื่อไรก็ได้

ที่ข้าพเจ้าพูดมานี้ไม่ได้ หมายความว่าข้าพเจ้าอ่อนแอหรือป่วย ทำงานหรือดูแลตัวเองไม่ได้แต่อย่างไร จริงๆแล้ว กลับตรงกันข้ามกับที่ข้าพเจ้าพูดมา ข้าพเจ้ามีงานอาชีพหลักเป็นแหล่งที่ดี เป็นคนที่คนพึ่งพิงได้ และในยามที่ข้าพเจ้าไม่ดื่มเหล้ามากจนเกินไป ข้าพเจ้าถือว่าสุขภาพข้าพเจ้าอยู่ในขั้นดี อย่างไรก็ตาม บางครั้งข้าพเจ้ายอมรับว่าข้าพเจ้ามีปัญหากับการติดต่อสื่อสารกับคนอยู่บ้าง

ข้าพเจ้าไม่เคยจุดไฟเผาสุนัขหรือแมวเพื่อจะดูว่า เวลาที่มันถูกไฟไหม้เป็นอย่างไร ข้าพเจ้าไม่เคยเอาสีเที่ยวไปพ่นให้เลอะเทอะตามสิ่งก่อสร้างสะพานลอยหรือทางข้าม ข้าพเจ้าไม่ขโมย ไม่โกงคนอื่น และการโกหกเป็นเรื่องที่ทำได้ยากลำบากสำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคิดว่า สิ่งที่ว่ามานี้น่าจะเป็นเรื่องธรรมดา

คนที่รู้จักขาพเจ้า จะบอกได้ว่าข้าพเจ้าไม่ใช่คนที่นากลัว หรึอทำใหใครกลัว นอกจากข้าพเจ้าจะกลัวตัวเอง นอกเหนือจากที่ข้าพเจ้าสารภาพมาขางต้นนี้ ข้าพเจ้าค่อนขางมีอายุ และเขาสู่วัยวัยชราก็ว่าได้ ข้าพเจ้าเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าไม่ชอบสุงสิงกับคน เพียงแต่ข้าพเจ้าอยากใช้เวลาส่วนใหญ่กับการอยู่คนเดียวเงียบๆ สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นสภาพที่แย่มากและบ่อยครั้งข้าพเจ้ามักจะรู้สึกเหงา

(มีต่อ)

Leave a Reply