DSC02227

เรื่องสั้น โทษใครดี (1)

Japanese is fun, Terakoya, USA, writer, นักเขียนนวนิยาย

สวัสดี ทุกคนที่แวะเข้ามาในโรงเรียนเด็กวัดปรียา

หวังว่าคงได้สาระความรู้ไม่มากก็น้อยจากเว็บไซด์ www.japaneseisfun.com โรงเรียนเด็กวัดปรียา

6 church 2012

ภาพโบสถ์ในอเมริกาตอนไปเที่ยว

พอดีไปเจอบทความที่เคยแปลให้เพื่นชาวอเมริกันที่เคยสอนในมหาวิทยาลัยเอเชีย ทำให้เรามีโอกาสรู้จัก เวลาไปกินข้าวที่โรงอาหารของอาจารย์ แลร์รี่ เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ เขาเป็นคนที่คุยสนุก ท่าทางร่าเริง แต่นัยน์ตาของเขา เวลามองจะให้ความรู้สึกเศร้าๆยังไงชอบกล

แลร์รี่เป็นคนที่ใจกว้าง และให้ความช่วยเหลือคนอื่นดี เขาเคยเป็นสถาปนิกที่มีอาชีพ ร่ำรวย เคยสร้างบ้านใหญ่โต เขาเคยแต่งงานกับภรรยาอยู่กันได้ไม่กี่ปี แลร์รี่เล่าให้ฟังว่า อยู่ๆวันหนึ่ง ภรรยาก็บอกกับเขาว่า เขาเบื่อชีวิตแบบที่เป็นอยู่ และเปลี่ยนใจขอแยกย้ายไปใช้ชีวิตในเมืองแทนที่จะอยู่ในชนบทใกล้ชายหาด เป็นชีวิตที่น่าเบื่อ และขอหย่ากับเขา

หลังจากนั้น เขาขายบ้านที่เขาสร้างเองแพราะเขาเคยเป็นสถาปนิกมาก่อน เขาตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง และหันไปเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ จากนิสัยที่ร่าเริง ใจกว้าง

แต่พอได้รู้จักกัน จึงจะรู้ว่า ชีวิตของเพื่อนแลร์รี่ ไม่ได้มีความสุข เขาหันมาเลือกงานขีดเขียน ในยามว่าง ตอนที่รู้จักเขา เขาพยายามที่จะเขียนเรื่องสั้นต่างๆไปลงตามที่ต่างๆ เขาเอาให้อ่าน

พออ่านเรื่องที่เขาเขียน จึงมีโอกาสได้รู้ความจริงต่างๆในชีวิตของเขา เราขาดการติดต่อกัน เพราะหลังจากนั้น ดิฉันก็ไม่มีเวลาไปช่วยสอนพิเศษเพราะต้องไปทำงานประจำที่สถาบันวิจัยภาษาญี่ปุ่นแห่งประเทศญี่ปุ่น ก็เลยขาดการติดต่อกัน แต่ในที่สุด เขาก็เลือกทางชีวิตแต่งงานกับเด็กสาวญี่ปุ่นอายุยี่สิบ ในขณะที่เขาอายุห้าสิบห้าในตอนนัั้น

ดิฉันมีโอกาสได้อ่านเรื่องสั้นที่เขาเขียน จำได้ว่าพอดีเป็นวันใกล้วันเกิดของเขาก็เลยบอกว่า จะเอามาแปลตีพิมพ์ในวารสาร “เพื่อนหนังสือ” ที่ในสมัยที่ดิฉันทำงานอยู่ญี่ปุ่น เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว นักเรียนและคนไทยที่ทำงานและเรียนในญี่ปุ่น จะได้อ่านเรื่องที่เขาเขียน

แลร์รี่ดีใจและเต็มใจอย่างมาก ดิฉัน ขอถือโอกาส เอาเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งในหลายๆเรื่องที่เขาเขียน มาแปลเป็นภาษาไทยให้ทุกคนได้อ่านอีกครั้ง เพราะไม่ได้เก็บต้นฉบับวารสารเก่าไว้ เหลือเพียงฉบับเดียว ก็เลยพิมพ์ให้อ่านใหม่ ไม่รู้ว่า ปัจจุบัน เพื่อนแลร์รี่ ทำอะไร ยังเป็นนักเขียนและสอนหนังสือหรือเปล่า แต่เรื่องที่เขากินเหล้ายิ่งกว่าน้ำ คิดว่าคงไม่น่าจะเปลี่ยน เพราะเขาเล่าว่าเคยอาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆที่หิมะตกแทบตลอดทัังปี เลยกินเหล้าแทนน้ำ ร่างกายจะได้อุ่น

Leave a Reply