Babbage

สร้างฝัน วิ่งตามฝัน (1)

Japanese is fun, Terakoya, USA

สวัสดีค่ะทุกๆคนที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยือนในโรงเรียนเด็กวัดปรียา หรือ เทะระโคะยะ

เห็นจำนวนคนที่แวะเข้ามาอ่าน เพราะคงเจอโรงเรียนเด็กวัดปรียา โดยบังเอิญก็ได้ ต้องขอออกตัวว่า ดิฉันเอาข้อมูลต่างๆใส่โรงเรียนเด็กวัดปรียาอีกครั้ง เป็นครั้งที่สาม ด้วยตัวเอง จากเวลาที่พอจะเหลือจากงานประจำวันมากมาย บางครั้งอาจจะไม่มีเวลาเข้ามาโพส ก็ต้องขอโทษด้วย แต่จะพยายามเข้ามา เพราะเห็นมีคนที่เข้ามาอ่านและเข้ามาแสวงหาความรู้ เก็บตกความรู้กันเป็นจำนวนมาก ใครที่มีข้อคิดเห็นอะไร

ไม่ต้องเกรงใจ แสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องให้ดิฉันอนุญาตก่อน เพื่อความปลอดภัยของโรงเรียนเด็กวัดปรียา เพราะโรงเรียนหายไปครั้งนี้ครั้งที่สามแล้ว เลยต้องเข้มงวดไม่ให้เกิดการผิดพลาดขึ้นอีก หวังว่าทุกคนคงเข้าใจ

ใครที่มีอะไรต้องการติดต่อ เชิญ ส่งอีเมล มาให้ ปรียา อิงคาภิรมย์ ได้ที่ preeyaschool2011@gmail.com

วันนี้ดิฉันพอจะหาเวลาว่างจากงานที่ต้องทำประจำ มานั่งทำงานที่ตัวเองรัก ทำให้อดคิดถึงสมัยตอนที่อาศัยอยู่ที่คาลิฟอร์เนียร์ ถ้าเป็นวันเสาร์หรืออาทิตย์ เรามักจะหาเวลาไปเที่ยวพิพิทธภัณฑ์หรือไม่ก็ไปห้องสมึด

วันนั้นเป็นวันที่ คนที่อาศัยในชายคาบ้านเดียวกันที่เป็นทั้งสามีและเพื่อนรัก เราเห็นว่า เราน่าจะแวะไปเที่ยวชม พิพิทธภัณฑ์คอมพิวเตอร์ เพราะเป็นช่วงที่เป็นโอกาสเหมาะ เพราะที่พิพิทธภัณฑ์มีนิทรรศการโชว์ เครื่องคำนวณ หรือเครื่องคิดเลขแบบอัตโนมัติที่ Charles Babbage คิดขึ้น ที่พิพิทธภัณฑ์คอมพิวเตอร์

ดิฉันโพสให้คนอ่านเรื่องนี้ไปแล้ว เมื่อแปดปีที่แล้ว (2011)โพสให้คนที่สนใจอ่านไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้คิดว่าน่าจะเอามาโพสให้น้องๆและทุกคนที่สนใจ วันๆนั่งทำงานและใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ แม้ว่าคนรุ่นใหม่จะหันไปใช้มือถือกันเพื่อติดต่อแทบทุกอย่างก็ว่าได้

เราเองก็มีมือถือที่ใช้เฉพาะเมื่อจำเป็นและเพื่อความสะดวก แต่เราก็ยังติดใจกับคอมพิวเตอร์ เพราะเราจะนั่งเขียน นั่งอ่านข่าว ทำอะไรได้อย่างง่ายดายและมีศักยภาพ

เรื่องที่จะเอามาให้อ่าน ดิฉันหวังว่า ทุกคนจะได้นำไปใช้ต่อยอดได้ อย่างน้อยคงทำให้เราต้องย้อนกลับมามองเทคโนโลยี่ใหม่ๆที่เราใช้กันทุกวันนี้ว่าก่อนที่จะมีเทคโนโลยี่ใหม่ๆให้เราได้ใช้อำนวยความสะดวกเช่นทุกวันนี้ เรามีผู้ที่คิดค้น เครื่องคำนวณ หรือเครื่องคิดเลขแบบอัตโนมัติมาก่อน

เวลาที่เราอ่านเรื่องอะไรที่มีประโยชน์ เรื่องนั้นๆย่อมจะดลบันดาลใจให้เราผู้อ่านได้เกิดความคิดอ่าน รู้จักคิด รู้จักแสวงหาเรื่องดีๆมาอ่านเพิ่มเติม และรู้จักแสวงหาความรู้จากเทคโนโลยี่ใหม่ๆที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องความรู้เช่นในปัจจุบันนี้ได้

เมื่ออ่านแล้ว เราก็จะได้เรื่องราวที่น่าสนใจ เพื่อนำไปใช้เหมือนเป็นไฟที่ลุกในใจ ทำให้เราอยากก้าวไปข้างหน้า อยากสร้างความฝัน หรือไม่ก็วิ่งตามฝันที่ตัวเองสร้างไว้ในอนาคต

ถ้าเราได้รับแรงกระตุ้น มีโอกาสอ่าน หรือดูเรื่องราวที่น่าสนใจของบุคคลที่ทิ้งมรดกตกทอดให้คนรุ่นต่อๆไปได้ใช้เป็นประโยชน์ และได้เรียนรู้ เราก็คงใฝ่ฝันว่า ในอนาคตเราก็คงจะทำอะไรให้แก่สังคมไทยได้บ้าง

(มีต่อ)

Leave a Reply