ใครอยากรู้สาเหตุ โรคขาดวิตามิน “ส ” (2)

Japan, Terakoya, Thailand, วัฒนธรรม ความเชื่อ

 

“เรียนอย่าง ทำงานอีกอย่าง”

มีเพื่อนหลายคนที่เรียนจบมาทางด้านนิติศาสตร์ แทนที่จะไปทำงานที่เกี่ยวกับกฎหมายหรือเป็นทนายความ กลับไปทำงานเป็นพนักงานธนาคารหรือไม่ก็ทำการค้าขาย เป็นต้น

พูดง่ายๆก็คือ วิชาความรู้ที่เรียนจากมหาวิทยาลัย พอเรียนจบออกไปทำงาน งานที่ทำ แทบจะเรียกว่า “สวนทางกับสิ่งที่เรียนมา” หรือแทบจะไม่มีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กันเลยก็ว่าได้

ตราบใดที่เรายังไม่อาจแก้ปัญหาที่ว่านี้ได้ เราคงไม่มีทางที่จะมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าไปทำงานในหน่วยงานต่างๆได้

“นักศึกษาไทยทุนรัฐบาลญี่ปุ่น”

ขอยกตัวอย่างแนวโน้มนักศึกษาไทยที่ได้ทุนไปเรียนปริญญาโทหรือเอก ทางด้านภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น พอเรียนสำเร็จจบจากญี่ปุ่น กลับไปเมืองไทยแทนที่จะเป็นอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่น แต่กลับไปทำงานเป็นเลขานุการหรือเป็นล่ามให้กับบริษัทญี่ปุ่นซึ่งความรู้ที่เรียนเป็นอาจารย์กับทำงานบริษัทแทบจะเรียกได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกันเลย

ถ้าอยากจะเรียนเป็นล่ามหรือเป็นเลขานุการจริงๆ ก็น่าจะไปเรียนต่อโรงเรียนที่สอนเกี่ยวกับทางด้านเลขานุการไม่ดีกว่าหรือ มาทนเรียนอะไรกับวิธีการสอนภาษาญี่ปุ่นหรือการจัดหลักสูตรไปทำไม เพราะกลับไปเมืองไทยก็ไม่ได้ใช้ เสียเวลาและเสียดายทุนรัฐบาลญี่ปุ่นที่ได้รับ

แต่ในขณะเดียวกันก็เห็นใจและเข้าใจดีว่านักศึกษาบางคนเรียนจบกลับไปอยากเป็นอาจารย์ แต่มหาวิทยาลัยในบ้านเรากลับไม่มีตำแหน่งให้ แถมเงินเดือนข้าราชการก็น้อยมาก ถ้าไม่ใช่ใจรักจริงๆก็คงไม่มีใครอยากจะเป็นอาจารย์สอนหนังสือก็ว่าได้

ตราบใดที่รัฐบาลไทยยังเพิกเฉยและไม่พยายามแก้ไขปัญหาที่ว่านี้ ในอนาคตอันใกล้นี้ เราก็จะไม่มีอาจารย์ที่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะสอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัย

“มุมมองของบริษัทญี่ปุ่น”

ทุกครั้งที่มีโอกาสเจอคนญี่ปุ่นที่ทำงานระดับผู้บริหารในญี่ปุ่น ในบริษัทของเขาในบ้านเรา ผู้บริหารชาวญี่ปุ่นจะบ่นให้ฟังว่า พนักงานไทยที่รับเข้าไปทำงาน แม้จะพูดภาษาญี่ปุ่นได้ แต่ความรู้ภาษาญี่ปุ่นที่ได้มานั้นเอาไปใช้งานไม่ได้ เพราะความรู้ที่เกี่ยวกับทางด้านเลขานุการก็ไม่มี แทนที่บริษัทจะจ้างพนักงานที่จบจากมหาวิทยาลัย เช่นวิชาเอกญี่ปุ่นจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สู้จ้างนักเรียนที่จบโรงเรียนพานิชย์ที่เรียนทางด้านวิชาชีพและพูดภาษาญี่ปุ่นได้ไม่ดีกว่าหรือ แถมเงินเดือนที่จ่ายพนักงานที่จบจากโรงเรียนพาณิชย์ยังถูกกว่าด้วย เป็นต้น

ดิฉันเห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของบริษัทญี่ปุ่น ถ้าจะมองอีกแง่ก็เหมือนกับ เราลงทุนไม่คุ้มทุน ทำไมแนวโน้มจึงออกมาในลักษณะที่ว่านี้

ปัญหาที่พอจะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาก็คือ “ค่านิยมของคนในสังคม” ที่มีต่อการศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐและปัญหาความต้องการบัณฑิตที่มีความรู้ที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเพื่อไปทำงานในองค์กร บริษัท ตลอดจน รัฐวิสาหกิจไม่ได้สอดคล้องกับความต้องการ แถมเรายังไม่มีการสร้างเครือข่าย และการให้ความร่วมมือประสานกันแม้แต่น้อย

พูดง่ายๆก็คือ ทางมหาวิทยาลัยจะมีอาจารย์ที่ทำหน้าที่สอน ทางมหาวิทยาลัยก็ได้แต่ผลิตบัณฑิตให้เรียนสำเร็จออกไปแต่ละปี โดยไม่ได้ตระหนักและเน้นความต้องการที่แท้จริงของหน่วยงานต่างๆในสังคม

Leave a Reply