first time our home 3 2013

มองแดนซากุระ–ดอกซากุระกับคนญี่ปุ่น (5)

All about books, Japan, Japan and culture, Japanese is fun, nature

ดอกซากุระ และแดนอาทิตย์อุทัย

sakura 2

ดอกซากุระที่บานใกล้แถวริมน้ำ จะสวยงามมาก

      ดอกซากุระ และแดนอาทิตย์อุทัยมีความผูกพันกันมากมายถึงเพียงนี้ ดังนั้น เราคงอดสงสัยไม่ได้ว่า ชาวญี่ปุ่นทุกคนมีภาพพจน์เกี่ยวกับซากุระเหมือนกันหรือไม่

คำถามเกี่ยวกับภาพพจน์ของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อดอกซากุระนั้น ถ้าจะตอบว่า ชาวญี่ปุ่นมีภาพพจน์เหมือนกัน ก็คงเป็นคำตอบที่เหวี่ยงแหจนเกินไป เป็นคำตอบที่ไม่ได้ผ่านการพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบ

ครั้นจะบอกว่า ภาพพจน์เกี่ยวกับซากุระของคนญี่ปุ่นแตกต่างกันมาก ก็คงเป็นไม่ถูกต้องเช่นกัน แต่ถ้าจะบอกว่าชาวญี่ปุ่นมีภาพพจน์ต่อซากุระร่วมกันน่าจะเป็นคำตอบที่คิดว่าเหมาะสมกว่า

จากหนังสือ “นิฮงจิน โนะ โคะโคะโระ” (จิตใจคนญี่ปุ่น) มีบทความเกี่ยวกับซากุระว่า  “ถ้าจะชมดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ต้องดอกซากุระ”ซึ่งหมายความว่า ดอกซากุระเป็นสัญลักษณ์แทนดอกไม้อื่นๆ

แต่ถ้าจะเอาดอกซากุระหนึ่งดอกมาเทียบกับดอกกุหลาบ ดอกทิวลิปและดอกคาร์เนชั่น ดอกซากุระคงสู้ ดอกไม้ที่กล่าวมานี้ไม่ได้ เพราะความสวยงามของดอกซากุระจะปรากฎชัดก็ต่อเมึ่อเรายลโฉม

ของดอกซากุระจากที่ไกลๆในช่วงที่ดอกซากุระกำลังบานสะพรั่งเต็มต้น และปลูกเรียงรายเป็นแถว เวลาเดินผ่านจะเหมือนเดินผ่านซุ้ม เป็นบรรยากาศที่ไม่อาจบรรยายได้

 

ดอกซากุระมีสีขาวออกชมพูอ่อนๆ

เราจะเห็นดอกซากุระมีสีขาวออกชมพูอ่อนๆทำให้บริเวณรอบๆแถวนั้นสว่างไสว คนญี่ปุ่นจึงนิยมไปชมดอก  ซากุระตอนกลางคืน เพื่อชมความสวยงามตามธรรมชาติของดอกซากุระที่บานสะพรั่ง

ทำให้บริเวณนั้นมีความสว่างไสวจากสีสันของดอกซากุระบนต้นไม้ เป็นความสวยงามที่ประทับใจอย่างหาที่เปรียบมิได้

แต่ถ้าเข้าไปดูดอกซากุระใกล้ๆ ยิ่งถ้าหยิบดอกซากุระมาดูเพียงดอกเดียว จะเห็นได้ว่า ทั้งสีและดอกของซากุระจะไม่มีคุณสมบัติที่สวยงาม หรือเด่นกว่าดอกไม้ประเภทอื่นเลยก็ว่าได้ คือ เป็นความสวยงามแบบ

เรียบง่าย ดังนั้น ชาวญึ่ปุ่นจึงเพิ่มบรรยากาศ และแต่งเติมความสวยงามที่ซ่อนเร้นของดอกซากุระ เวลาไปชมดอกซากุระ ด้วยการเอาอาหาร ขนมดังโงะ เบียร์ ตลอดจนเหล้าสาเกไปทานและดื่มกันใต้ต้นซากุระ

เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติ เพิ่มสีสัน และบรรยากาศความสวยงามของดอกซากุระให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

  ก่อนสมัยเมจิ

ก่อนสมัยเมจิ ดอกซากุระไม่ใช่สัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น ในสมัยก่อน สัญลักษณ์ของนักรบญี่ปุ่นคือ  “ต้นสน” (มะทซึ) ต้นสน เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นต้นไม้ยืนต้นที่ทนแดดทนฝน

และถือเป็นเสมือนร่มโพธ์ร่มไทรของทุกคน ดังนั้น ดอกซากุระเพิ่งจะเป็นที่ยอมรับว่า เป็นต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งแดนอาทิตย์อุทัย ก็ต่อเมื่อเข้าสู่สมัยเมจิ (พ.ศ.2411)  นี้เอง

แล้วต่อมาก็เกิดเป็นคำกล่าวว่า

   “ถ้าดอกไม้ละก็ ต้องดอกซากุระ

    “ถ้าคนละก็ ต้องนักรบ(บุชิโด)”

จากนโยบายเร่งรีบของรัฐบาลเมจิ ในการที่จะเร่งพัฒนาประเทศ โดยมีกำลังทหารที่เข้มแข็งเพื่อใช้ในการป้องกันประเทศ ก่อให้เกิดมีคำขวัญในสมัยเมจิว่า “ทหารที่เข้มแข็งก็คือ รั้วของชาติที่มั่นคง

   

ดอกซากุระและชีวิตของคนหนุ่มสาว 

จากคำขวัญที่ว่านี้ ญี่ปุ่นประสบกับความสำเร็จอยู่พักหนึ่ง แต่พอแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง สงครามในสายตาของประชาชน ก็คือ ความหายนะ และความตายของคนหนุ่มสาว ซึ่งเกิดมาไม่ทันไร ก็ต้องมาด่วนตายจากไป

เพราะสงคราม ชีวิตของคนหนุ่มสาว จึงไม่แตกต่างอะไรกับดอกซากุระที่ใช้เวลานานเป็นเดือนกว่าจะเริ่มตูม แล้วก็เริ่มบาน

พอบานอยู่ได้ไม่กี่วัน ดอกซากุระบนต้นก็ร่วงหล่น จนแทบไม่เหลือดอกซากุระแม้แต่ดอกบนต้นให้เห็น ทำให้รู้สึกใจหายทุกครั้งที่เห็นดอกซากระบาน เพราะคนญี่ปุ่นอดไม่ได้ที่จะคิดถึงว่า ในอีกไม่ช้า

ดอกซากุระก็คงจะร่วงหล่นจนหมดต้น

(มีต่อ)

Leave a Reply