Sakura in Japan

มองแดนซากุระ–ดอกซากุระ กับคนญี่ปุ่น (1)

All about books, and culture, Japan and culture, Terakoya

สวัสดีค่ะ ทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านเรื่องราวในเว็บ โรงเรียนเด็กวัดปรียา และเว็บไซด์ โรงเรียนของเราคือ japaneseisfun.com

ปรียา อิงคาภิรมย์

 Preeya Ingkaphirom

インカピロム プリヤー

 

 

 

gakugei dai no haru

ภาพดอกซากุระกำลังบาน

ในมหาวิทยาลัย Gakugei สมัยที่ดิฉันสอนอยู่ที่นั่น

    เรื่องที่จะเอามาให้อ่านนี้ เขียนเป็นครั้งแรก โดยที่เป็นคอลัมนิสต์ กิตติมศักดิ์ ได้รับการทาบทามจากบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทย ที่พิมพ์ขายใน ลอสแอนเจลิส ประเทศ สหรัฐอเมริกาเขียนลงในหนังสือพิมพ์ไทย ที่พิมพ์ขายคนในอเมริกาเมื่อประมาณเกือบ สี่สิบปีที่แล้ว

ตอนนั้นดิฉันกำลังเรียนปริญญาเอก อยู่ที่มหาวิทยาลัยคาลิฟอร์เนีย เบอร์กลี่ย์ (University of California, Berkley or UCB) เพราะทางบรรณาธิการขอร้องให้เขียน ดิฉันไม่ได้ใช้ชื่อจริง แต่ใช้นามปากกาว่า “ปลิขิต”  ตอนนั้นดิฉันยังเป็นนักศึกษาอยู่ แต่เขียนเพื่อความรักและ

อยากถ่ายทอดเรื่องราวญี่ปุ่นให้คนไทยได้อ่านกัน

พอเรียนสำเร็จ บินกลับไปเมืองไทย ก็เอาบทความที่เขียนในหนังสือพิมพ์ รวมเป็นเล่ม และต้องการพิมพ์เป็นหนังสือ ด้วยการเรียบเรียงใหม่ ให้คนไทยในเมืองไทยที่ไม่เคยอ่านเรื่องที่ดิฉันเขียนในประเทศอเมริกจะได้มีโอกาสอ่านเป็นความรู้อีกครั้ง

เมื่อเรียนสำเร็จกลับไปเมืองไทยเมื่อปี  ค.ศ. 1985  ปรากฎว่ามีผู้หวังดี หรือ เจ้าของโรงพิมพ์ และสำนักพิมพ์ต่างๆในบ้านเรา พอเดิฉันเอาหนังสือและเนื้อเรื่องที่เคยเขียน ไปเสนอให้สำนักพิมพ์ช่วยพิมพ์ จะได้ขายวางตลาดได้

สำนักพิม์ทุกที่ต่างให้คำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “หนังสือแบบนี้ขายไม่ออกหรอกครับ ถ้าไปเขียน หรือแปลหนังสือคอมพิวเตอร์มา จะขายได้ดี และน่าสนใจ รับรองมีคนซื้อเยอะ”

หลังจากไม่ได้กลับไปเมืองไทย สิบเอ็ดปีเต็มๆ ดิฉันมีเพื่อนรักสมัยตอนเด็กๆที่ในขณะนั้น เพื่อกำลังประสบความสำเร็จทางด้านธุรกิข และทำธุรกิจใหญ่โตในเมืองไทย เพื่อนรักเป็นคนพาดิฉันไปหาสำนักพิมพ์ต่างๆที่เขารู้จัก เพื่อนอยู่ในวงการบ้านเรา เขารู้ว่า รับรองไม่มีใครสนใจแน่

เพื่อนรักเห็นใจเพราะรู้จักกันตั้งแต่เด็ก และรู้ว่า หนังสือเนื้อหาที่ว่านี้ แปลก น่าสนใจ และยังไม่มีใครเขียน หรือวางขายในบ้านเรา แต่เนื้อหา และความรู้มีประโยชน์มาก

เพื่อนเลยบอกว่า ถ้าไม่มีใครสนใจ เขาจะลงทุนให้ จะได้จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ออกมา ถือว่าเป็นสปอนเซอร์ในการจัดพิมพ์แล้วกัน เราตกลงเห็นด้วย ตามความปรารถนาดีของเพื่อนรัก

ส่วนดิฉันก็ซื้อเครื่องคิดเลขแบบใหม่เอี่ยมที่ขายในญี่ปุ่นตอนนั้น ให้เพื่อนรักเป็นของขวัญ และบอกว่า ขอให้เครื่องคิดเลขนี้นำโชคให้เพื่อนรัก เพราะความดีที่เขามอบให้คนไทย จะได้มีหนังสือเกี่ยวกับญี่ปุ่นให้คนไทยได้อ่าน

เพราะตอนนั้น ญี่ปุ่นเริ่มเป็นที่รู้จัก แต่ก็ยังไม่มีคนสนใจอยากรู้เรื่องญี่ปุ่นมากนัก

นี่คือความเป็นมาของหนังสือเล่มแรกในชีวิตของดิฉัน ที่เขียนตอนที่กำลังเรียนปริญญาเอกที่อเมริกา ตอนนั้นแค่เรียนก็ยังจะเอาตัวไม่รอดแต่ใจสู้เสียอย่าง ต้องแบ่งเวลาเรียน มาเขียนคอลัมน์มให้หนึ่งเรื่องทุกๆสองอาทิตย์ให้หนังสือพิมพ์ไทยที่ขายใน

ลอสแอนเจลิสฟรี กลับมาก็เลยตั้งชื่อหนังสือว่า “มองแดนซากุระ”  ที่สำนักพิมพ์ ดอกหญ้า พิมพ์ซ้ำไปหลายครั้งแล้ว ตอนนี้ ไม่ได้พิมพ์ใหม่ เสียดาย อยากให้น้องๆและคนไทยรุ่นใหม่ที่เรียนภาษาญี่ปุ่น และสนใจญี่ปุ่นได้อ่านกัน

(มีต่อ)

Leave a Reply