บะโช และกระท่อมน้อย (2)

Japan, Japan and culture, Japanese, poet, กวีชื่อดัง, โคลง กลอน

บะโชอาศัยอยู่ในกระท่อมนี้คนเดียว ยามที่ไม่มีแขก หรือยามที่ไม่มีใครไปเยี่ยม เขาจะนั่งมองต้นกล้วยที่สูงโด่เด่อยู่หน้ากระท่อมของเขาอย่างเงียบๆ และนั่งทอดอารมณ์กับเสียงลมพัดที่พัดมากระทบใบของต้นกล้วย

บรรยากาศแห่งความเงียบ และความเหงาจะทวีคูณมากขึ้นในคืนที่ฝนตก เสียงฝนตกที่ตกลงมากระทบหลังคากระท่อมที่รั่ว เสียงน้ำฝนที่หยดเป็นช่วงๆอย่างไม่ต่อเนื่อง ลงมาในอ่างใบเล็กที่เขาวางไว้รองรับน้ำฝนบนพื้น คงเป็นเสียงเดียวที่เป็นเสมือนเพื่อนของเขาในยามค่ำคืนที่ฝนตก

เสียงน้ำฝนที่หยดดังติ๋ง ติ๋ง หยดลงมาทีละหยดสองหยดอย่างไม่ต่อเนื่อง ลงในอ่างใบเล็ก สำหรับโสตประสาทการรับเสียงของกวีผู้ซึ่งนั่งฟังเสียงอย่างเงียบคนเดียวในกระท่อม ท่ามกลางแสงไฟริบหรี่จากตะเกียงในห้องแคบๆเล็กๆ

เสียงน้ำฝนจากหลังคาที่รั่วที่หยดลงลงมากระทบกับอ่างใบเล็กที่วางอยู่บนพื้นในคืนฝนอย่างเช่นคืนนี้ เสียงของน้ำฝนแต่ละหยดที่หล่นลงมากระทบอ่างใบเล็กคงไม่ต่างอะไรกับเสียงประสานที่เข้ากันได้อย่างดีกับเสียงดังจากลมที่พัด ทำให้ได้ยินเสียงดังของใบต้นกล้วยที่ยืนโด่ต้านเสียงลมที่พัดมาอย่างแรงจากทะเลข้างนอกกระท่อม

ท่ามกลางสายฝน และเสียงน้ำฝนที่หยดผ่านลงมาจากหลังคารั่วของกระท่อม สำหรับกวีเอกอย่างบะโช คงไม่ใช่เสียงที่ก่อความน่ารำคาญแก่หูของเขาเช่นคนทั่วไป แต่กลับก่อเกิดเป็นบทกวี

ที่เข้ากับบรรยากาศในคืนนั้น และขณะนั้นได้อย่างดีเยี่ยม

————

บะโชนั่งฟังเสียงฝน จากหลังคารั่ว  ในกระท่อมที่เงียบเหงา เดียวดาย:

Matsuo Basho

ไฮคุ และเรื่องราวของ มะทซึโอะ บะโช

ใครที่สนใจ หาซื้ออ่านได้มีทั้งภาคภาษาญี่ปุ่น และอังกฤษ 

Bashoono waki shite

ばしょうのわきして

ต้นกล้วยท่ามกลางลมพัดแรงในฤดูใบไม้ร่วง

Tarai ni ame o

たらいに あめ を

เสียงน้ำฝนในอ่างใบเล็ก

Kiku yo kana

きく  かな

คงเป็นคืน ฟังเสียง (น้ำฝน)

* อาจตีความเป็น คำช่วยท้ายประโยค หรืออาจจะเป็น  ที่แปลว่า ‘กลางคืน’ ก็ได้

Leave a Reply