Rudyard Kipling

หนึ่งในนักเขียนคนโปรด –รัดยาร์ด คิปลิง (Rudyard Kipling)

England, Travel

สวัสดีค่ะ ทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านในโรงเรียนเด็กวัดปรียา

ขอแวะเข้ามาเขียนให้ทุกคนที่ชอบ นักเขียน รัดยาร์ด คิปลิง และนักอยากเป็นนักเขียน จะได้มีโอกาส อ่านเรื่องราว อีกมุมหนึ่งของชีวิต ที่ไปเก็บเกี่ยวได้จากบ้านของนักเขียน  ผู้อ่านจะได้มีโอกาสสัมผัส และเห็นว่า นักเขียนอังกฤษผู้ซึ่งที่มีชื่อเสียงระดับโลก จากหนังสือ “The Jungle Book” ที่ทุกคนรู้จักดี และดิสนีย์ได้ไปสร้างเป็นหนังมาหลายปีแล้ว

ดิฉันมีโอกาสรีบยืมดีวีดีหนังสือเล่มนี้มาดู แต่ที่ไหนได้ ไม่ใช่ หนังที่ดิสนีย์สร้าง แต่เป็นเวอร์ชั่นเก่าที่สร้างมานาน ดูได้ไม่เท่าไร ไม่เห็นจะสนุก เพราะสร้างไม่ได้เรื่อง เวอร์ชั่นที่ขอยืมมาจากห้องสมุด ฉายไปได้หน่อย Mowgli กลายเป็นหนุ่ม และหลงรักสาวที่เขาเจอตอนเด็ก เรื่องนี้เลยกลายเป็นเรื่องรัก ก็เลยเอาไปคืน ค่อนข้างผิดหวัง

Bates' man 3 july2016.JPG j book.JPG jungle book

The Jungle Book 

แปลเป็นภาษาญี่ปุ่น 

บนเครื่องบิน

พอดีนั่งตอนขาไป นั่งเครื่องบินไปอังกฤษ มีหนัง “The Jungle Book” ของ ดิสนีย์ ให้ดู ดูแล้ว เรียกว่าหนังคนละม้วนกับที่ขอยืมมาจากห้องสมุดก็ว่าได้ เพราะหนัง ดิสนีย์สร้างได้ยอดเยี่ยมแทบทุกเรื่อง และชอบดู สร้างได้เยี่ยมมากจริงๆ เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูก็ยังสนุก น่าสนใจมาก ทำให้ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น ตั้งใจก่อนออกเดินทางว่าปีนี้ จะแวะไปเที่ยวแถบตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างทางจะมีโอกาสไปเที่ยวบ้านนักเขียน รัดยาร์ด คิปลิง (Rudyard Kipling)

ประวัติ

คิปลิง เกิดที่เมืองบุมไบ หรือบอมเบย์ ในประเทศอินเดีย พอโตขึ้นเขา ถูกส่งไปเรียนต่อที่อังกฤษ ทำให้เขาได้รับอิทธิพลทางด้านความคิด และวัฒนธรรมต่างๆจากอินเดียบ้านเกิดของเขา ดังนั้น ในบ้านที่แวะไปเที่ยว ภายในบ้านของคิปลิง จะมีภาพวอลเปเปอร์อย่างดีที่สั่งให้ทำพิเศษเป็นผ้าไหมอย่างดี ตลอดจนเครื่องประดับบ้านไม่น้อยจากอินเดีย

คิปลิง  เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก (รายละเอียด ขอให้ไปหาอ่านกันเองในเว็บฯ)

เขาเขียน เรื่อง “The Jungle Book” เมื่อเขาอายุ 29 ปี เป็นงานที่เขาเขียนเกี่ยวกับเด็ก อ่านสนุก จินตนาการสูงมาก ถือได้ว่าเป็นวรรณกรรมคลาสสิกสำหรับเด็กที่เด็กอังกฤษแทบทุกคนรู้จักและอ่านกันตั้งแต่เด็ก ในบ้านของเขา มีหนังสือ “The Jungle Book” ที่แปลเป็นภาษาญี่ปุ่นในสมัยนั้นโชว์ในตู้กระจกให้ดู

จากหนังสือ “The Jungle Book” ทำให้คิปลิงมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก นอกจากนั้น บทกวีของเขายังเป็นที่นิยมอ่านของคนทั่วโลก รวมถึง เรื่อง “Mandalay” (ค. ศ. 1890) ที่คนอังกฤษและชาวตะวันตกชอบกันมาก

เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม เมื่อเขาอายุเพียง 41 ปี ทำให้เขาเป็นนักเขียน ที่ได้รับรางวัลโนเบลอายุน้อยที่สุดในประเทศอังกฤษ คิปลิงถือว่าเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่ง ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่เขามีชีวิตอยู่ และยังคงมีชื่อเสียงจนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 แม้แต่ในปัจจุบ้นนี้ เขาก็ยังเป็นที่รู้จักดี และบทกวีของเขาก็ยังเป็นที่นิยมอ่านอย่างมากในอังกฤษ

ไปเที่ยวบ้าน คิปลิง

เราออกจาก Alfriston จะเรียกว่าเมืองคงไม่ได้ น่าจะเป็นหมู่บ้านเล็กๆของอังกฤษ ในระหว่างทางที่จะไปอีกแห่ง เราแวะไปเที่ยวชมบ้านของคิปลิงที่ ในซอยชื่อ เบทแมน (Bateman’s Lane)

Bates' man 4 july2016.JPG Kipling'shouse

หน้าบ้านทางเข้าบัาน คิปลิง

จากที่ฟังจากอาสาสมัครที่ประจำในบ้านของ คิปลิง เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าที่เขาจะซื้อบ้านหลังนี้ เขาแวะมาเที่ยวกับเพื่อนและพบบ้านหลังนี้ ทันทีที่เขาเห็น เขาชอบมาก และตัดสินใจซื้อ เขาจะได้ใช้บ้านนี้เขียนหนังสืออย่างเงียบๆ และใช้ชีวิตกับครอบครัวของเขาได้ ไม่ต้องวุ่นกับแขกที่มาหาเขา เพราะตอนนั้นเขาเริ่มมีชื่อเสียงแล้ว

บ้านหลังนี้ตอนแรกที่เขาซึ้อมีเนื้อที่เพียง 30 เอเคอร์ พอเขาได้รางวัลโนเบล เมื่อตอนที่เขาอายุ 41 ปี เขาเอาเงินที่เขาได้รับจากรางวัลโนเบลไปซื้อที่เพิ่มเพื่อสร้าง “สระน้ำ” เขาสร้างสระน้ำด้วยฝีมือการออกแบบสระน้ำ จากจินตนาการที่เขาต้องการ ในบ้านมีภาพออกแบบ“สระน้ำ”  ในจินตนาการของเขา หลังจากสร้าง “สระน้ำ” เสร็จ เขาก็เริ่มขยายและลงทุนสร้างบ้าน สวน ตามที่เขาใฝ่ฝัน จากบ้านที่มีเนื้อที่เพียง 30 เอเคอร์ในตอนแรก กลายเป็น 300 เอเคอร์ ตามที่ยังสวยงาม เปิดให้ผู้คนได้เข้าชม

Bates' man 1 july2016

ออกแบบสร้าง สระน้ำ ในฝัน

kipling's pond july2016

สระน้ำที่สร้างจากการออกแบบ 

ของ คิปลิง

ถ้าไม่ได้ไปเที่ยวบ้าน คิปลิง จะไม่รู้เลยว่า เขาเป็นคนที่ชอบ รถยนต์ หรืออะไรที่ใช้เครื่องยนต์เขาจะต้องหาซื้อมาใช้ หรือเล่นกับเครื่องยนต์ ในบ้านของเขา จะทำเป็นห้องกระจกเหมือนโชว์รูม ในตู้โชว์รถยนต์ปัจจุบัน รถยนต์ที่เขาใช้คือ รถโรลส์รอยซ์ที่เขาซื้อ มีเรื่องราวที่เขาซื้อ รถที่วิ่งด้วยเครื่องยนต์คันแรกในอังกฤษ ค่ารถก็แพงมากอยู่แล้ว แต่จากที่อ่าน ค่าซ่อมรถรุ่นใหม่สมัยนั้น สร้างความปวดหัวให้เขาอย่างมาก วิ่งไปไม่ทันไรรถก็เสีย จากที่อ่าน ค่าซ่อมรถยังแพงกว่าค่ารถที่แสนจะแพงอยู่แล้ว แต่เขาคงเป็นคนที่ชอบเครื่องยนต์อย่างมาก หาซื้อทันทีเป็นคนแรกเมื่อมีรุ่นใหม่ออกมา แล้วในที่สุดก็เป็นนักเขียนที่ใช้รถโรลส์รอยซ์ในอังกฤษสมัยนั้น

 

ห้องทำงาน

ในบ้านของคิปลิงชั้นบนสุดจากภาพปัันห้องใหญ่มากที่เขาใช้เวลาทำงานและเขียนหนังสือทุกเช้า ในห้องเวลาที่เขียนหนังสือ เขาจะมองเห็นสนามหญ้าสีเขียว และสระน้ำ และทัศนียภาพของอังกฤษ เป็นบรรยากาศที่สวยงาม น่าทำงานขีดเขียน และมีความสุขกับโลกแห่งการเขียนอย่างยิ่ง

Bates' man

ห้องทำงานของคิปลิง

ในบ้านของเขาไม่มีห้องนอนส่วนตัวของเขา มีแต่ห้องของลูกชายจอห์นที่เสียชีวิตเมื่ออายุเพียงยี่สิบหกปี เพราะจอห์นอยากเป็นทหารไปรบ และคิปลิงก็สนับสนุน ขนาดเขาสอบไม่ผ่าน คิปลิงก็ยังไปวิ่งเต้นให้ลูกชายได้ไปเป็นทหารเพราะมีสงคราม จอห์นฝึกซ้อมรบอยู่หนึ่ง แล้วเขาก็ถูกส่งไปประจำกองหน้าและเสียชีวิต

บนโต๊ะ มีจดหมายที่เขาเขียนให้ลูกชายและลูกสาวหลายฉบับ อ่านแล้วเห็นความผูกพันและเวลาที่เขาเขียนจดหมายให้ลูกทั้งสองคนเป็นอย่างมาก

ในบ้านเห็นภาพภรรยากับเขาในรถโรลส์รอยซ์เพียงภาพเดียว และเห็นเขียนว่า ภรรยาของคิปลิน เป็นคนที่ดูแลจัดการบ้านไม่เป็น สภาพความเป็นจริง บ้านของ

คิปลินคงจะเป็นอย่างไรคงเดาออก ทั้งที่มีสาวใช้และคนสวนทุกอย่าง

 

 

 

Leave a Reply