Japanese! Board

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
คำค้นยอดนิยม: งานอีเวนท์ภาษาไทยdiscuz
เข้าชม: 183|ตอบกลับ: 2

who is smarter? ใครสมาร์ทกว่าใคร [คัดลอกลิงค์นี้เพื่อนำไปแบ่งปัน]

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-8-14 00:40:36 |แสดงทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Preeya เมื่อ 2017-8-14 00:51

สวัสดีค่ะ เด็กวัดทุกคน


    เมื่อวันก่อนมีโอกาสอ่านงานวิจัยที่เพิ่งออกมาของ HMS เกี่ยวกับ คนที่ติดมือถือตลอดเวลาจนทำอะไรไม่ได้


  ขอเล่าย่อๆเพราะขอเอาแต่เนื้อ น้ำทิ้งไปแล้วกัน เพราะจะรีบไปทำงานตัวเอง แต่อยากแบ่งปันให้อ่านกัน


เรื่องย่อ

   ขอให้จินตนาการว่า เกิดเราจะต้องทำเรื่องอะไรที่ต้องใช้สมองคิด ไม่ว่าจะเป็นโจทย์ทางคณิตศาสตร์ ซึ่งยากพอที่เราจะต้องนั่งกุมหัว ใช้เวลากับมัน หรือเกิดต้องขอคิดโจทย์ทางคณิตศาสตร์ ที่ต้องใช้ความละเอียดยิบ ถูกขัดจังหวะไม่ได้ เพราะมีตัวเลขเต็มไปหมด หรือเรื่องที่บังคับว่าจะต้องจำตัวเลขอะไรเต็มไปหมด เป็นต้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา สมาธิและสมองทั้งนั้น

  

    แน่นอน ถ้าเราอยู่ในสภาพที่จะต้องใช้หัวกับเรื่องยากๆ ต้องใช้เวลา ใช้สมาธิและใช้สมอง เราคงไม่อยากถูกคลื่นรบกวนไม่ว่าจากคนรอบข้างที่มาชวนคุย หรือมาถามอะไรให้จุกจิกใจในขณะที่กำลังวุ่นและกุมขมับกับเรื่องที่ต้องหาคำตอบให้ได้


    นอกจากเสียงคนที่คุยสร้างความรำคาญทำให้เสียสมาธิจากสภาพแวดล้อมใกล้ตัวเราแล้ว

     คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ ในสภาพที่ว่านี้ ถ้าเรามี มือถืออยู่ในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าหลังของกางเกง สมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเปิดหรือปิด

     หรือไม่ได้เปิดทิ้งไว้ เพียงแค่วางบนโต๊ะขณะที่เราทำงานเป็นเพื่อนเรา เราจะเพียงแค่แอบมองมันบ้า งในขณะที่ทำงานทำงานหนักใช้สมองกับเรื่องที่ว่านี้

     หรือเราไม่ได้สนใจสมาร์ทโฟนแม้แต่น้อย เพียงแต่วางไว้บนโต๊ะ หรือในกระเป๋ากางเกงเท่านั้น

     สมาร์ทโฟน จะมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน และมีผลต่อสมองของเราที่กำลังนั่งทำงานขบคิดหาคำตอบยากๆทีต้องใช้สมอง หรือไม่อย่างไร


Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-8-14 00:41:28 |แสดงทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Preeya เมื่อ 2017-8-14 00:55

  ขอแวะเข้ามาเฉลยคำตอบของงานวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนเมษายน 2017 ของ the Journal of the Association for Consumer Research การทดลองที่เป็นซีรีส์ใช้คนที่เข้าร่วมงานวิจัย 520 คน งานที่ต้องใช้สมาธิ ใช้ความตั้งใจในการทำงาน และทักษะความสามารถในการแก้ปัญหาทางนิยายที่ให้มา เป็นต้น

กลุ่มคนที่เข้าร่วมงานวิจัย

   บางคนจะต้องเอามือถือที่ติดตัวมา ไปวางไว้อีกห้องหนึ่งที่จัดให้ทุกคน
   บางคนจะได้รับอนุญาตให้เอามือถือติดตัวไปด้วยตามปกติ ที่ตัวเองมักจะวางไว้ที่ไหนสักแห่ง เช่น ใส่ในกระเป๋ากางเกง หรือกระเป๋าถือ เป็นต้น
   บางคนจะต้องเอามือถือ วางไว้บนโต๊ะที่ทำงานและวางไว้ข้างๆตัว ในขณะที่ได้รับมอบหมายให้ทำงาน

    ผลจากการสำรวจพบว่า ผลที่ได้จากประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละคน ไม่ว่าความมุ่งมั่น ความมีสมาธิ หรือความพยายามในการแก้ปัญหา หรือตอบโจทย์ที่ได้มา ผลที่ได้ส่วนใหญ่เห็นได้ชัดว่า ขึ้นกับว่า ตำแหน่งของมือถือวางไว้ที่ไหนเป็นหลัก

     

    ผลของคะแนนการทำงานที่ได้คะแนนสูงสุด จากงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำคือ

   

    กลุ่มของคนที่ทำงานที่ได้รับมอบหมาย และทำคะแนนได้สูงสุด เพราะมือถืออยู่อีกห้องหนึ่งในขณะที่ทำงานที่ได้รับมอบหมาย

  กลุ่มของคนที่ทำงานที่ได้รับมอบหมาย และทำคะแนนได้ต่ำสุด เพราะมือถือวางอยู่ใกล้ตัว บนโต๊ะที่ทำงานของคนที่ได้รับมอบหมายงานให้ทำ


ตำแหน่งของมือถือ

  ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ตำแหน่งของมือถือ อยู่ตรงไหน เช่น อยู่อีกห้อง อยู่บนโต๊ะ อยู่ในกระเป๋ากางเกง  หรือในกระเป๋าถือ เพราะกลุ่มคนที่ได้รับมอบหมายงานให้ทำ มัวแตพะวักพะวน ล่อกแล่ก กังวลกับมือถือ คือ วางสายตาหรือละสายตาจากมือถือได้ ทั้งที่กำลังทำงานยากที่ต้องใช้สมาธิ และความตั้งใจอยู่


ผลที่ได้จากมือถือ

    ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ว่ามือถือที่วางไว้จะเปิด จะปิด หรือเปิด แต่ไม่ให้มีเสียงก็ตาม หรือให้วางมือถือคว่ำหน้าลงจะได้ไม่ไปมอง


ผลการสำรวจวิจัย

  จากผลการสำรวจนี้แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ไม่ว่ามือถือ สมาร์ทโฟน จะเปิด หรือจะปิด หรือเปิดไม่ให้มีเสียงก็ตามที มือถือหรือสมาร์ทโฟน มีผลอย่างยิ่งต่อคนที่กำลังใช้หัวสมองเพื่อทำงานที่ยากให้ลุล่วง เพราะมือถือ ทำให้เกิดการเสียสมาธิ  รู้สึกกวนใจ พะว้าพะวัง และ ว่อกแว่ก


Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-8-14 00:48:46 |แสดงทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Preeya เมื่อ 2017-8-14 00:56

  จากการวิเคราะห์ มีความเห็นว่า การที่ผลการวิจัยออกมาในลักษณะที่ว่านี้ก็เพราะอำนาจของสมาร์ทโฟน (ที่มีต่อผู้ใช้ คือ เราถูกควบคุม ตกเป็นทาส หรือเสพย์จนติดนิสัย)  ความสะดวกสบาย และการเชื่อมต่อมากมายสารพัดที่ได้จากสมาร์ทโฟน จัดสรรมาให้กับผู้ใช้นั้น ไม่ได้มาเฉยๆ แต่สิ่งที่ตามมาด้วยคือ  “cognitive cost”

  ผู้เขียนเกี่ยวกับงานวิจัยใหม่นี้ เรียกผลที่ได้จากสมาร์ทโฟนว่า ‘brain drain” และกล่าวเสริมว่า ผลกระทบที่ได้มานี้ อาจจะธรรมดา หรืออาจจะลึกซึ้งเกินกว่าที่เราจะรับรู้ได้ก็ได้ในอนาคต

มีทางออกไหม
  ผู้เขียนงานวิจัยใหม่นี้ กล่าวว่า จากงานวิจัยนี้ทำให้เราเห็น ข้อเสียของสมาร์ทโฟน หรือมือถือต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อผู้ใช้แบบที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อน และสมาร์ทโฟนยังแสดงให้เราเห็นถึง ทางแก้ไขหรือทางออกอีกด้วย
   เราอาจจะใช้พลังความสามารถความฉลาดเฉลียวของเราอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ ถ้าเราจะแบ่งเวลา แยกตัวเราออกห่างจากมือถือบ้าง
   ถ้าเรายังมีมือถือติดตัวไม่ว่าไปไหนมาไหนหรือวางอยู่ใกล้มือ (ส่วนใหญ่เห็นติดมือเหมือนมีกาวแปะไว้) ผู้ใช้อาจจะไม่รู้สึกตัวว่าตัวเอง ทำอะไรไม่มีสมาธิ จิตใจไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว ว่อกแว่ก เพราะติดมือถือจนไม่สนใจไม่อยากรับรู้อะไร โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว และไม่รู้สึกตัวถึงข้อเสียจากการที่ใช้มือถือและติดมือถือก็ได้

  ข้อเสียที่ยกมาข้างต้นนี้ยังไม่ได้รวมเรื่องของ การสูญเสียสมาธิ หรือการทำอะไรได้อย่างเต็มที่ เพราะจะถูกรบกวนจากเสียงโทรศัพท์มือถือที่เข้ามาอยู่เสมอ อีเมล์ หรือข้อความต่างๆที่เข้ามาตลอดเวลา

สรุป

  ผู้เขียนวิจัยเรื่องนี้ ให้คำแนะนำว่า ถ้าเป็นไปได้ เราน่าจะสมาร์ทกว่า สมาร์ทโฟนได้แน่นอน ถ้าเราจะแยกตัวเราออกจาก สมาร์ทโฟน และกล่าวย้ำว่าจากงานวิจัยนี้ แนะนำว่าเป็น เรื่องที่คุ้มค่าที่ควรจะลองแยกตัวเองออกจากสมาร์ทโฟนให้ได้ ก่อนที่จะสมาร์ทโฟน จะสมาร์ท กว่าผู้ใช้มากกว่านี้
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

Archiver|Japanese Is Fun

GMT+7, 2018-7-23 14:42 , Processed in 0.060781 second(s), 10 queries .

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc.

TOP