Japanese! Board

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
คำค้นยอดนิยม: งานอีเวนท์ภาษาไทยdiscuz
เข้าชม: 86|ตอบกลับ: 8

ของขวัญชิ้นสำคัญจากญี่ปุ่น--ikigai [คัดลอกลิงค์นี้เพื่อนำไปแบ่งปัน]

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-5-22 22:34:35 |แสดงทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Preeya เมื่อ 2017-5-22 22:42

สวัสดีค่ะเด็กวัดทุกคน

  บทความนี้เขียนในเว็บ คุณ วินทร์ เลียววาริณ

   เอามาให้เด็กวัดที่เรียนภาษาญี่ปุ่นอ่านกัน


    ขอขอบคุณ สำหรับ อิคิ งะอิ 生き甲斐 ที่คุณวินทร์เขียนให้อ่านกัน รู้สึกดีใจและแปลกใจที่คุณ วินทร์ หยิบคำนี้มาให้อ่านกัน

    ขอแวะเข้ามาต่อยอด  อิคิ งะอิ 生き甲斐 ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นคือ

    อิคิ งะอิ 生き甲斐 ใช้ได้ในความหมายที่กว้าง และแคบ ตามที่คุณ วินทร์เข้าใจ


    บางครั้ง เราอาจใช้    อิคิ งะอิ 生き甲斐 ในความหมายที่แคบ เฉพาะกาล และ อิคิ งะอิ 生き甲斐 ที่ใช้กับชีวิตในโลกนี้ในมุมกว้าง


ในมุมแคบ

ิ   ความหมายของคำว่า อิคิ งะอิ 生き甲斐 คือ


1)     การสร้างพลังกายและใจให้ ตัวเองรู้สึกถึงความยินดี และความหมายของการมีเป้าหมาย หรือจุดมุ่งหมายในชีวิต หรือการสร้างยาคุมกันให้กำลังใจแก่จิตใจ

อิคิ งะอิ 生き甲斐 เป็นสำนวนที่ใช้บ่อยมาก สำหรับ ระดับบุคคล เช่น ถ้าถาม พ่อแม่บางคนว่า  อิคิ งะอิ 生き甲斐 ของเขาคืออะไร แม่บางคน อาจจะตอบว่า อิคิ งะอิ 生き甲斐 ของเธอคือลูก

เธอมีชีวิตอยู่เพื่อลูก ก็ถือว่า ลูกคือ อิคิ งะอิ 生き甲斐 ที่ทำให้แม่มีกำลังกายและใจ อยากมีชีวิตอยู่ในโลกนี้

2)  ในมุมมองที่กว้าง


2)  เพื่อรู้สึกและรำลึกถึงคุณค่าของการที่มีชีวิตในโลกนี้ (บอกตัวเองได้ว่า โชคดีที่ได้เกิดมาในโลกนี้ และมีชีวิตในโลกนี้)


3)  อยากมีร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง เพื่อจะได้มีชีวิตที่ยืนยาว เพราะมีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่อยากทำอะไรให้แก่สังคมและทำอะไรอุทิศ ให้แก่โลกของเรา ก่อนจากโลกนี้ไปถ้าทำได้


      แต่ อิคิ งะอิ 生き甲斐 ในอดีต และปัจจุบันในญี่ปุ่น อาจจะเปลี่ยนไปมากก็ตาม แต่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็ยังซึมซับ อิคิ งะอิ 生き甲斐 เพื่อนำไปใช้ในชีวิตจนทุกวันนี้ เพียงแต่แปรรูปไปตามกาลเวลา


Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-5-22 22:36:51 |แสดงทั้งหมด

สำหรับอาจารย์เอง

คำว่า อิคิ งะอิ 生き甲斐 เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่หล่อเลี้ยงให้มีพละกำลังกายและใจ ในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะในมุมมองที่แคบ หรือกว้างก็ตาม สับเปลี่ยนไปมาได้ แล้วแต่สถานการณ์ และเวลา

    ที่เป็นรูปธรรม แลที่ะตัวเองรู้สึกได้อย่างดี ก็คือ ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน คือ ความรักและความทุ่มเทในสิ่งที่ตัวเองทำ หรือที่เรียกว่า passion นั้น ปราศจากซึ่ง อิคิ งะอิ 生き甲斐  ตัวเอง ก็คงไม่มีพลังหรือตัวช่วยที่ทำให้เกิดพลังกายและใจในการทำงานและใช้ชีวิตก็ได้

ประสบการณ์ส่วนตัว

    ประสบการณ์ส่วนตัวที่เกิดขึ้นเสมอก็คือ เวลาที่ทำอะไรยากๆลำบาก หรือเวลาที่เจออุปสรรคอะไร จะไม่ลืมที่จะคิดถึง คำว่า อิคิ งะอิ 生き甲斐  

   คิดถึงคำนี้ทีไร คำนี้เป็นเหมือนพลังที่ปลอบใจ หรือมีพลังอะไรสักอย่างที่สัมผัสไม่ได้ มองไม่เห็น แต่มีพลังที่ผลักดันให้เราเดินหน้าไม่ท้อถอยได้เสมอ

    ตัวเองก็ไม่รู้ว่า พลังกายและใจที่ว่านั้น มาจากไหน จึงทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวา ทำให้มองโลกในแง่ดี น่าอยู่ และรู้สึกโชคดีและดีใจที่ยังมีลมหายใจอยู่ในโลกนี้ แม้เวลาที่เหลือจะมีอยู่อีกเท่าไรไม่รู้

   แต่ก็ดีใจที่เกิดมาได้ใช้ชีวิต ได้มีโอกาสผ่านชีวิตอย่างเต็มที่ มีโอกาสเห็นความสวยงามของธรรมชาติ และความน่ากลัวของธรรมชาติ

   อิคิ งะอิ 生き甲斐 จึงเป็นอะไรที่ไม่อาจอธิบายได้เป็นความพูด สัมผัสไม่ได้ แต่มีอยู่ในจิตวิญญาณของตัวเอง

   ถ้าขาดคำว่า อิคิ งะอิ 生き甲斐  ที่ช่วยขับเคลื่อนให้มีพลังกายและใจในการใช้ชีวิต ตัวเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ถ้าขาดคำนี้ในชีวิตประจำวัน ชีวิตอาจจะหมดความหมายที่จะอยู่ต่อไปก็ได้

   คำว่า อิคิ งะอิ 生き甲斐 จึงเป็นของขวัญหรือสมบัติชิ้นสำคัญที่ได้จากการไปเรียน ใช้ชีวิตทำงานที่ญี่ปุ่นนานปี และยังคงถือว่าเป็นสมบัติอันมีค่าที่ติดตัวและใช้ได้ดีตราบเท่าทุกวันนี้

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-5-22 22:37:58 |แสดงทั้งหมด


ก่อนอื่นขอบคุณที่แวะมาแสดงความเห็น ผมกำลังตามหาการออกเสียงคำนี้ให้ถูก เพราะออกเสียงตามภาษาอังกฤษเหมือนคนอื่นๆ จึงมีคนท้วงว่าผิด

ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าออกเสียง อิคิ งะอิ

ผมชอบอ่านปรัชญา รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง สำหรับเรื่องอิคิงะอิ อ่านแล้วชอบ มันฟังดูง่ายๆ แต่ลึกซึ้ง เป็นสิ่งที่เรามักมองข้ามไป

ผมก็คล้ายกัน ชีวิตมี passion และเดินไปตามทางนั้น และรู้สึกสนุกกับสิ่งที่ทำ

อีกอย่างก็คือรู้สึกพิศวงความเป็นไปของโลกและจักรวาล มันกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นและใฝ่รู้

อาจจะเข้าข่าย 'อิคิงะอิ' กระมัง!

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-5-22 22:40:02 |แสดงทั้งหมด
ขอบคุณค่ะ คุณ วินทร์ สำหรับความคิดเห็น

ขอคุยเรื่องการออกเสียงจะได้หายสงสัย เมื่อเทียบเสียงอ่านเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาไทย เช่น

外国人 gai koku jin
gai 2 -koku 2-jin 2 มี 6 พยางค์

外gai   国 koku 人 jin คนไทยจะทับเสียงว่า
ไก โคะคุจิน อ่านออกมา เหลือเพียง 4 พยางค์
เวลาพูดกับคนญี่ปุ่นจึงสื่อกันยาก เพราะเสียงสระในภาษาไทย เสียงสั้นกว่าภาษาญี่ปุ่น
แถมคนไทย ยังไปย่อ เสียงในคำที่มีสองพยางค์ให้เหลือเพียง พยางค์เดียว นี่คือปัญหาข้อแรก

ไม่เพียงแค่นั้น
คำว่า gai เมื่อใช้หน้าคำ  เสียงจะคล้าย เสียง ก  แต่ในภาษาญี่ปุ่นไม่มีเสียง  ก คนไทยส่วนมากที่เรียนภาษาญี่ปุ่นมา จึงออกเสียงตัวนี้ผิดมาตลอด ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข เรียนจบมาก็ยังออกเสียงเป็น ก อยู่นั่นเอง เช่น gyooza  สามพยางค์ เราออกเป็น สองพยางค์ คือ เกียวซ่า แถมเติมเสียงวรรณยุกต์อีก ทั้งที่ภาษาญี่ปุ่นไม่มี เสียงวรรณยุกต์ใดๆทั้งสิ้น

gai เมื่อใช้หน้าคำ จะต้องออกเสียง คล้าย ง แต่เสียงขึ้นจมูกเพียงเล็กน้อย

  คำว่า iki gai ทันทีที่เสียง g มาอยู่กลางคำหรือคำสุดท้ายก็ตาม
  เสียง gai จะใกล้เคียงกับเสียง ง เสียงขึ้นจมูกมากกว่าเวลาออกเสียงเมื่อเป็นคำหน้า
เป็นเสียงที่คนโตเกียวใช้กัน

  การเรียนภาษาญี่ปุ่น สำหรับคนไทยโดยทั่วไป การที่จะเรียนการออกเสียงภาษาญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้องค่อนข้างลำบาก ครูผู้สอนไม่ได้เรียนมาทางนี้ ก็ไม่รู้จะแก้อย่างไร นอกจากเรียนแบบเก่าคือ เลียนเสียง ให้คล้ายที่ครูใช้นั่นเอง ไม่ได้อธิบายทางด้านสัทศาสตร์ ว่าตำแหน่งเสียงมาจากส่วนไหนในปาก
ยิ่งเสียงพยัญชนะของเรา มีน้อยเมื่อเทียบกับภาษาญี่ปุ่น ของญี่ปุ่นละเอียดกว่า และส่วนมากเป็นเสียงที่ไม่มีในภาษาไทยอีกด้วย

ดังนั้น คำว่า อิคิงะอิ มีสี่พยางค์ ถ้าจะเขียนว่า อิคิงัย ก็เหลือเพียงสามพยางค์ ไม่ถูกต้อง ทำให้คนพูดรวบพยางค์เหลือสามพยางค์

ทำไมจึงพยายามเทียบออกมาแบบนี้ เพื่อเตือนให้คนที่เรียนภาษาญี่ปุ่น ไม่รวบพยางค์ เพราะจะสั้น และคนญี่ปุ่นฟังไม่ออก


เรื่อง อิคิงะอิ จากแรงดลใจที่ชอบคำนี้มาก ตอนไปเรียนที่ญี่ปุ่น ตัวเองเคยเขียนในหนังสือ มองแดนซากุระ หนังสือเล่มแรกที่เขียนตอนเรียนปริญญาเอกไป เขียนให้หนังสือพิมพ์ ประชามติ ที่พิมพ์ในอเมริกาฟรี เพราะอยากให้คนไทยในอเมริกาได้รู้จักญี่ปุ่น
แต่ไม่ใช่หัวข้อ อิคิงะอิ โดยตรง จำได้ว่า เขียนเรื่องราวของบุคคลที่น่าทึ่ง เพราะมีอิคะงะอิ ให้อ่านกัน
พูดง่ายๆ ประทับใจและทึ่งในความมี อิคิงะอิ ของคนญี่ปุ่นตอนสมัยสาวๆ

  อ่านที่คุณวินทร์เขียนเมื่อวาน เลยต้องไปค้นในกล่องที่ใส่หนังสือเต็มไปหมด เพราะอยากรู้ว่า เขียนอะไรไว้  เมื่อสมัยเป็นนักศึกษาในอเมริกา

ไว้จะแวะเข้ามาเขียนต่อยอดให้อ่านกันและจะได้คุยกับคุณ วินทร์ เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสิ่งดีๆของญี่ปุ่น
คนไทยตอนนี้ไม่ต้องมีวีซ่า เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นจะได้ ไม่ไปเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อไปซื้อของ และกินแล้วก็ถ่ายรูปกลับมาเท่านั้น

ญี่ปุ่นมีอะไรที่น่าสนใจ เช่น เรื่องวัฒนธรรม ความนึกคิด ความรับผิดชอบ ความมีระเบียบวินัย มารยาททางสังคม ธรรมชาติ สารพัดน่ารู้  และที่ไม่น่าเรียนรู้ก็มีมากเช่นกัน ต้องแยกแยะ ไม่หยิบมาทุกอย่าง

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-5-22 22:41:11 |แสดงทั้งหมด
   อิคิงะอิ เป็นสิ่งที่คิดว่าสำคัญอย่างยิ่งที่จะมีชีวิตในแต่ละวัน เพราะในแต่ละวัน ชีวิตในแต่ละวันไม่เคยเหมือนกัน บางวันก็คล้าย ดินฟ้าอากาศ อากาศแจ่มใส่ บางทีครึ้ม บางทีฝนตก สารพัดเรื่องราวให้เราต้องต่อสู้กับชีวิต

อิคิงะอิ  จึงถือว่าเป็นของขวัญที่ประเมินราคาไม่ได้ที่ได้รับจากการไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ตราบเท่าทุกวันนี้

ยิ่งตอนนี้ ต้องมาอยู่ต่างจังหวัดของอเมริกา ที่ไม่ใช่สถานที่ๆใช้ชีวิตได้สบายๆง่ายๆแต่อย่างไร

เรื่องแรกคือ เรื่องอากาศ หนาวจัด ร้อนจัด อากาศดีนับวันได้ ธรรมชาติสวยงาม แต่สนามหญ้าไม่เคยมีใครออกมานั่งเล่นนอนเล่นได้เหมือนในคาลิฟอร์เนีย เพราะมีตัวแมลง มีหมัด มีอะไรที่อันตรายถึงกับชีวิตได้ ถ้าเดินในสนามหญ้าแล้วเกาะติดเรา

คุณวินทร์คงจำได้ตอนมาใหม่ๆ ไปบุกดงในป่าสงวนที่มี เห็ดสารพัดที่เกิดมาไม่เคยเห็นเขียนและโพสให้อ่าน เพราะความไม่รู้ว่า ธรรมชาติของฝั่งตะวันออกและตก ต่างกันราวฟ้ากับดิน

พอไปสักพัก ตัวคันไปหมดทั้งตัว ไม่รู้จะทำยังไง แถมโดนแมลงกัด ไปหาหมอ หมอเองก็ไม่รู้อีก จนกระทั่ง โชคดีเปลี่ยนหมอ หมอ เล่าให้ฟังว่า เข้าไปเดินบนหญ้าอะไรไม่ได้เพราะอันตราย บทเรียนที่ได้จากความอยากรู้ แต่ก็คุ้มและโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก

แถบที่อยู่นี้ แทบจะเรียกได้ว่า ไม่มีอะไรเลยก็ว่าได้ ใครเปิดร้านอะไร เห็นเปิดร้านไอสกรีมทำเองไปกินมา อร่อยมาก เปิดได้เกือบปี ก็เจ๊งเสียแล้ว

แม้แต่วัฒนธรรมที่จะให้ศึกษา ก็แทบจะว่าไม่มี มีแต่ห้องสมุด ที่คอยเป็นเพื่อนให้ไปหยิบยืมหนังสือมาอ่าน และได้ความรู้ และมีคอนเสิร์ทที่อยากไปฟัง ฝนตกหนัก ก็ยกเลิก ชีวิตที่นี่ขึ้นกับดินฟ้าอากาศอย่างมาก

นอกนั้น ไม่มีอะไร เป็นเหมือนหมู่บ้านเล็กๆ ที่ถ้าไม่ใช่ความฝัน หรือ อิคิงะอิ ของเราสองคน เราก็คงไม่มีทางที่จะเลือกมาอยู่ที่นี่ แต่ธรรมชาติที่นี่สวยงามมากเหลือเกิน บางทีก็ช่วยทำให้ลืมว่าที่นี่ไม่มีอะไรได้จริงๆ

ต่อให้ใครเสนอหรือบอกว่าให้ที่อยู่ฟรี ขอให้อยู่สู้หน้าหนาวที่นี่ ก็คงไม่สู้แน่นอน เพราะโหดจริงๆ

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-5-22 22:43:07 |แสดงทั้งหมด
วินทร์ เลียววาริณ 22-05-2017 21:12
ไม่ได้ยินประโยคนี้มานาน! It's just another day!

ทัศนคติของคนเราสำคัญมาก มันสร้างความแตกต่างระหว่างการทำงานไปวันๆ กับการทำงานแบบรู้สึกว่า "หนุกจัง"

ชีวิตไม่ได้มีแต่เงินอย่างเดียว มีอย่างอื่นที่สำคัญด้วย น่าเสียดายที่คนจำนวนมากไม่มองข้อนี้ มองแต่เงินอย่างเดียว

ขอบคุณที่ขยายความมากมาย เป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ ด้วย

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-5-22 22:43:38 |แสดงทั้งหมด

พอฟังเพื่อนบางคนที่มีชีวิตสุขสบาย มีเงิน มีทอง แต่อย่างว่า เกษียณแล้ว มีเงิน แล้วก็ไม่มีอะไรทำ เพราะอยู่เมืองไทยให้สาวใช้มาทำงานแทนในบ้าน วันๆไม่ได้ทำอะไร เล่นไพ่ แต่งตัวสวยๆ กินไวน์ คุยกับเพื่อนๆฆ่าเวลาไปวัน มันก็น่าจะสนุกสำหรับคนเหล่านั้น แต่ก็ยังคงน่าเบื่อแน่นอน
เพราะพอเธอพูดว่า It's just another day!

ทำให้รู้สึกห่อเหี่ยวใจชอบกล
ทำให้ต้องกลับมาทบทวนตัวเองว่า เราใช้ชีวิตคุ้มค่า และมีคุณค่าพอที่จะอยู่ในโลกนี้ต่อไปหรือไม่

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-5-22 22:44:09 |แสดงทั้งหมด
บ้านเราคนส่วนใหญ่ ติดกับรูปแบบ ติดกับค่านิยมว่า ใครรวย มีบ้านใหญ่โต มีเงินทอง เหมือนในละครน้ำเน่า และยกยอปอปั้นคนรวยต่างๆ รองเท้าคู่ละเท่าไร กระเป๋าใบละเท่าไร พวกนี้ก็เป็นข่าว ถือเป็นอิคะ งะอิ ของคนไทยส่วนหนึ่งที่หายใจเข้าออกเงิน เงิน ติดโรค บ้าเงิน แบบคนที่นี่ เพราะวัดกันว่า ใครหาเงินได้มากเท่าไร อิคิ งะอิ ที่ว่านี้ เป็นเปลือกล้วนๆ หาสาระอะไรไม่ได้เลย
น่าเบื่อมาก บางคนร่ำรวยแค่ไหน เขาก็ยังไม่งอมืองอตีน อยากทำงานที่สร้างสรรค์ งานที่ตัวเองรัก เพราะคงเป็น อิคิ งะอิ ของคนที่โชคดีเกิดมาร่ำรวย แต่ไม่ชอบนั่งๆนอนๆ

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-5-24 22:49:30 |แสดงทั้งหมด
ใครที่แวะเข้ามาอ่าน มีความคิดเห็นอย่างไร ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องกลัว แวะเข้ามาแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่
รับรอง อาจารย์ไม่มีไม้เรียว หรือดุว่า อย่างแน่นอน
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

Archiver|Japanese Is Fun

GMT+7, 2017-9-20 12:42 , Processed in 0.080638 second(s), 10 queries .

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc.

TOP