Japanese! Board

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
คำค้นยอดนิยม: งานอีเวนท์ภาษาไทยdiscuz
เจ้าของกระทู้: nan

อยากเรียนเงื่อนไข ba tara nara to จังเลยค่ะ [คัดลอกลิงค์นี้เพื่อนำไปแบ่งปัน]

Rank: 4

โพสต์เมื่อ 2017-6-23 20:16:06 |แสดงทั้งหมด
ถ้าเพียงแค่ฉันรู้(ก่อนล่วงหน้า) ฉันก็คงจะต้องวิ่งไปหาซื้อมา
แต่เพราะไม่รู้ ก็เลยไม่ได้ ไปซื้อ
ถ้าเราไม่ตั้งใจที่จะทำอะไร เราจะเรียกว่า ตั้งใจได้หรือไม่

คำว่า deshoo ในภาษาญี่ปุ่น ใช้ได้ในหลายกรณี ถ้ายังเรียนติดกับคำแปลโดยไม่ใช้สมองคิดให้ลึกซึ้ง เราก็จะติดกับดัก

การใช้ 知っていればさえ、買っておくでしょう。
อาจารย์หมายถึง ประโยคนี้เป็นประโยคแสดงความตั้งใจ เพราะว่า " ถ้าฉันรู้ ฉันก็คงจะต้องไปซื้อ"
คือตัวเองมีความตั้งใจที่จะซื้อแน่ๆ แต่เพราะไม่รู้ก็เลยไม่ได้ทำ แบบนี้หรอคะอาจารย์

deshouเป็นคำที่เวลาฟังคนญี่ปุ่นพูดแล้วไม่ค่อยมั่นใจเลยว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ ต้องการความเห็นร่วมจากเรา หรือต้องการแค่บอกเล่าสิ่งที่ตัวเองคาดคะเน หรือต้องการเสนอความคิดเห็น เป็นคำที่คลุมเครือและกำกวมมากเลยค่ะว่าตอนนั้นผู้พูดอารมณ์ไหน

Rank: 4

โพสต์เมื่อ 2017-6-23 20:30:41 |แสดงทั้งหมด

ไม่ต้องคิดมาก คำกริยาเป็นคำกริยาประเภทไหน ถ้าเราเข้าใจ เราก็จะใช้คำช่วยได้ถูกต้อง
ลองไปดูอีกที แล้วอธิบายให้ฟังหน่อยว่า ตกลงใช้กันยังไง คำช่วย

อาจารย์คะ ช่วยใบ้ให้หน่อยได้ไหมคะว่าประเภทคำกริยากรณีนี้ใช้เกณฑ์อะไรแบ่ง แนนจะไปทบทวนมาค่ะ

เพราะว่าถ้าพูดถึงเรื่องคำช่วยni กับ de เกณฑ์ที่แนนนึกออก จัดกลุ่มกริยาที่ใช้กับคำช่วยได้ตามนนี้ค่ะ

กริยาแสดงการเคลื่อนที่เช่น行く 来る
กริยาที่ใช้บอกการมีอยู่ ある 住む


กริยาแสดงการกระทำ มีaction (ส่วนมากแล้วเวลาแนนสร้างประโยคในหัวจะจำไว้ง่ายๆแค่ว่า นอกจากข้างบนแล้วกริยาอื่นๆให้ใช้でไปก่อน )
เช่น 読む 歌う

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-6-24 18:57:54 |แสดงทั้งหมด
สวัสดีค่ะ แนน
หนังสือเรียนมีเยอะแยะ เวลามีปัญหาไม่เข้าใจ หยิบหนังสือ ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น ที่อาจารย์เขียนกับ อาจารย์ โทมีต้า หรือเปล่า และมีหนังสือ ภาษาญี่ปุ่น สนุก สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ไปหาอ่าน หาคำตอบ นั่นจึงจะเรียกว่า เรียนเพิ่มเติมเองเป็น
เท่าที่เขียนมา แสดงว่า เรียนแบบไม่มีหลักการ การทำความเข้าใจ
อาจารย์ก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องให้เด็กวัดแนน ช่วยไปศึกษาแล้วสอนอาจารย์ใหม่ด้วย เพราะลืมไปหมดแล้ว


อาจารย์คะ ช่วยใบ้ให้หน่อยได้ไหมคะว่าประเภทคำกริยากรณีนี้ใช้เกณฑ์อะไรแบ่ง แนนจะไปทบทวนมาค่ะ

เพราะว่าถ้าพูดถึงเรื่องคำช่วยni กับ de เกณฑ์ที่แนนนึกออก จัดกลุ่มกริยาที่ใช้กับคำช่วยได้ตามนนี้ค่ะ

กริยาแสดงการเคลื่อนที่เช่น行く 来る
กริยาที่ใช้บอกการมีอยู่ ある 住む


กริยาแสดงการกระทำ มีaction (ส่วนมากแล้วเวลาแนนสร้างประโยคในหัวจะจำไว้ง่ายๆแค่ว่า นอกจากข้างบนแล้วกริยาอื่นๆให้ใช้でไปก่อน )
เช่น 読む 歌う

Rank: 4

โพสต์เมื่อ 2017-6-27 11:48:04 |แสดงทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย nan เมื่อ 2017-6-27 11:48

สวัสดีค่ะอาจารย์

ไปเปิดหนังสือไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นมาค่ะ
คำกริยาแบ่งได้เป็น4ประเภท
1.กริยาบอกสภาพ เช่นaru mieru kikoeru
2.กริยาต่อเนื่อง -การกระทำกริยา อาการ และการแสดงออกจะเกิดต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่ง-
3.กริยาฉับพลันกะทันหัน -กริยาจะสิ้นสุดลงโดยฉับพลันหรือแปรสภาพ ไม่มีลักษณะที่ต่อเนื่องแสดงให้เห็น-
แบ่งได้สองแบบคือ แสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมกับนามธรรม เช่น出発する  止まる
4.กริยาประเภทที่4 -กริยาแสดงสภาพ แต่ต้องใช้กับรูปteiruเสมอ เป็นคำที่มีลักษณะเป็นคำกริยา แต่คุณสมบัติเป็นคำคุณศัพท์ แบ่งตามลักษณะของสภาพคุณศัพท์เป็นสภาพถาวรกับสภาพชั่วคราว


แนนไปหาตัวอย่างประโยคตามตัวอย่างคำกริยาที่ยกมาในหนังสือ พอจะจัดกลุ่มกริยาที่ใช้กับคำช่วยにแสดงสถานที่ ได้ตามนี้ค่ะ
1.กริยาบอกสภาพ
棚にアルバムがある。
2.กริยาฉับพลันกะทันหัน
ほら、山の上に月が出ています。
羽の鳥がその枝に止まった。
3.กริยากลุ่มที่ 4
จริงๆคำกริยาในกลุ่มที่4แนนไม่เจอตัวอย่างที่ใช้คำกริยาที่แสดงสภาพชั่วคราว แต่เจอการใช้กับกริยาที่แสดงสภาพถาวรในประโยคนี้ค่ะ
その峰は雲の上にそびえている。
富士山は雲の上にそびえていた。
その摩天楼はまわりの他の建物の上方にそびえていた。

ส่วนกริยาที่ใช้กับคำช่วย で บอกสถานที่ก็เหลือเพียงคำกริยาที่แสดงความต่อเนื่อง

แต่ว่า ก็ไปพบเจอประโยคที่ไม่ตรงกับกลุ่มที่ตัวเองจัดไว้ตอนแรกด้วยค่ะ
止まるเป็นคำกริยาฉับพลันกะทันหัน
ここで止まるな。
これに対して道長は「男子がなぜ一人の妻で止まるのか。

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-6-27 17:30:59 |แสดงทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Preeya เมื่อ 2017-6-28 23:06

สวัสดีค่ะ แนน

กริยาฉับพลัน เช่น หิมะตกแล้วมันกอง เป็นฉับพลัน แต่พอหิมะกองอยู่ตรงนั้น มันก็ตีความใหม่ได้ว่า หิมะตก
มีหิมะกองเต็ม แล้วจากผลที่กองเต็มบนพื้น ทำให้กริยา tsumoru เปลี่ยนสภาพจากฉับพลัน เป็นสภาพที่เหลือให้เห็น ใช่หรือไม่

แล้วเรานำความเข้าใจนี้ ปรับกับประโยคที่ยกมาได้หรือเปล่า
การเรียน คือ เรียนจากตำราเรียน แต่การเรียนรู้ ไม่ได้เกิดจากการเรียน อย่างเดียว เราเรียนจากตำรา แต่เราต้องทำความเข้าใจเรื่องที่เขียนในตำราเรียน บางเล่มก็เขียนอธิบายเข้าใจยาก และไม่ลึกซึ้งพอที่จะทำความเข้าใจได้ เราจึงต้องหาอ่านหนังสือนอกตำราเรียนที่อาจารย์ทำไว้ให้นักเรียนที่ต้องการแสวงหาความรู้ เรียนเอง ไม่ต้องเสียเวลา ไปเรียนพิเศษให้เสียเงิน รอให้ครูป้อนในห้องเรียนเราจึงต้องขวนขวายหาอ่านจนเข้าใจ นอกจากนั้นการจะเข้าใจอะไร เราอ่านไป ต้องคิดไป และที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องตีความหมาย หรือที่เขาอธิบายว่า มันเข้าหรือไม่เข้ากับบริบท

ไม่ใช่ ตำราเรียนเขียนอะไรก็ตั้งหน้าตั้งตา เหมือนพระคัมภีร์ ที่เอาแต่ท่อง ตั้งหน้าตั้งตา จะท่องจำ โดยไม่นั่งคิดต่อ หรืออ่านแล้วยังไม่เข้าใจ เราทำอะไรต่อบ้าง?  นอกจาก จะท่องจำหัวปักหัวปำ จากตำราเรียนทั้งๆที่ยังไม่เข้าใจ หนังสือ ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น ที่อาจารย์เขียน กริยาที่เรายกมา เป็นเพียงย่อๆ แต่รายละเอียด การใช้ทุกอย่าง มีในคำช่วย คำกริยา สารพัด ละเอียดมาก

ถ้าเราเข้าใจไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น ที่อาจารย์เขียนใหม่ของอาจารย์โทมีต้า เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เพียงเล่มนั้น เราก็ไม่ต้องวิ่งหาซื้อหนังสือเล่มอื่นแล้ว เพราะขนาดบรมอาจารย์เสียสละเวลาเขียนให้ กลับไม่สนใจ จะวิ่งอ่านแต่อะไรที่ เขียนอะไรออกมาขาย เหมือนสะกิดสะเกา นิดหน่อยเท่านั้น เห็นที่วางขายกันทั่วไป เขียนกันคนละนิดคนละหน่อย แต่ไม่ได้เจาะลึก ในการเรียนภาษาญี่ปุ่น ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นเล่มนี้ คนญี่ปุ่นเจ้าของภาษาเขาต้องเรียนกัน อาจารย์ที่สอนภาษาญี่ปุ่น เอามาสอนนักเรียนไทย ไม่ได้ เพราะเราจะชอบและเอาแต่ท่องจำ และต้องใช้ความเข้าใจ ครูสอนก็สอนไม่ได้ เพราะมันเป็นไวยากรณ์ญี่ปุุ่นของแท้ จึงซับซ้อนยาก และต้องเข้าใจจริงๆ
แต่ทำออกมา ก็ไม่มีใครสนใจ อยากรู้ เพราะชอบอะไรง่ายๆ ลวกๆ จะได้ท่องจำได้ง่ายๆ นี่คือการเรียนแบบไทยๆที่เห็นมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง

อาจารย์เองโชคดี สมัยอาจารย์เรียนที่ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ อาจารย์ โทมีต้า เอาที่อาจารย์กำลังจะเขียนไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น มาสอนในห้อง ยากมาก เหมือนไก่ตาแตก  แต่พอเรียนจบ ไปญี่ปุ่น ไม่ต้องลำบากเรื่องไวยากรณ์เลย เพราะเรียนและรู้แบบคนญี่ปุ่นที่ต้องเรียนไวยากรณ์ญี่ปุ่น
แต่นักเรียนไทยเรียนภาษาญี่ปุ่นจากการที่เขาเขียนใหม่ให้ท่องจำ วิธีการผันคำกริยา ไปญี่ปุ่น ถามคนญี่ปุ่น เขาก็งง เพราะเราเรียนแบบเหมือนอาหารสำเร็จรูปใส่ในปิ่นโตให้กิน เป็นชุดๆ

น่าเสียดายแทน มีหนังสือนอกตำราเรียนที่อาจารย์ทุ่มเขียนและแปลให้อ่าน ให้เรียน เต็มไปหมด แต่นักเรียนส่วนใหญ่กลับไม่รู้วิธีใช้ให้มีประโยชน์ เพราะไม่ใช่ศึกษา อ่านและเรียนเองเพิ่มเติม ได้แต่วิ่งหา หนังสือที่วางขายเอาเงินออกมาขาย เล่มบางๆ ใช่แล้ว ที่อาจารย์ทำมันหนาๆทั้งนั้น ทำออกมาให้เรียนให้รู้เรื่องไปเลย นั่นคือจุดประสงค์ที่ทุ่มเททำและแปลออกมาให้คนที่อยากแสวงหาความรู้ เรียนเพิมเติมเองได้
ใครที่ยิ่งเรียนเอง คิดเขียน ทำความเข้าใจเองได้ ไม่ต้องเสียเงินไปเรียนพิเศษ เรียนแค่ในห้องเรียนก็จะแย่อยู่แล้ว ยังต้องไปเรียนซ้ำๆอีก น่าเบือมาก สำหรับอาจารย์ ชอบเรียนเองมากกว่า สนุกและท้าทายดี
เหมือนคนที่ไปตลาดซื้อ ผัก ซื้อเนื้อ และเครื่องปรุงเต็มบ้าน แต่ไม่รู้จะทำยังไงกับ ผัก และของที่ซื้อมา และที่มีอยู่ ได้แต่เป็นห่วง อยากรู้ว่าคนอื่นซื้ออะไรมาบ้าง เห็นคนอื่นมี เนื้อ เราก็ต้องมีเนื้อ มีผัก ฉันก็ต้องมี แต่ซื้อมาก็ไม่ได้ใช้เป็นประโยชน์
หนังสือนอกตำรา กองเต็ม แต่ไม่เคยวิ่งเข้าหา เวลามีปัญหา ไม่เคยสนใจที่จะแก้ปัญหา ด้วยการอ่าน ทำความเข้าใจ แล้ววิ่งมาถามนั่นคือ นักเรียนที่เรียนเองเป็น

สมัยอาจารย์เอง จะต้องมีคำถามทุกครั้ง หลังจากที่อาจารย์ญี่ปุ่นสอนเสมอ เพราะเป็นคนขี้สงสัย และกลับบ้าน ก็ไปเรียน ไปอ่านเพิ่ม ไม่เข้าใจไปหาคำตอบจากอาจารย์ญี่ปุ่น เพื่อให้แน่ใจว่าที่เราเข้าใจถูกต้องไหม ไม่ใช่เรียนท่องจำ เพราะสงสารหัวสมอง เรียนอะไรท่องหมด ไม่สงสารสมองบ้างหรือ


Rank: 4

โพสต์เมื่อ 2017-6-28 20:30:37 |แสดงทั้งหมด
อ๋ออออ เหมือนจะคิดออกค่ะ ขอแนนลองหน่อยนะคะอาจารย์

ใช้เกณฑ์เกี่ยวกับaspectใช้ไหมคะ ว่าเป็นการแสดงสภาพหรือเป็นการแสดงการกระทำ(โดยไม่เกี่ยงว่าจะใช้เวลาในการกระทำกริยาสั้นหรือยาว ต่อเนื่องหรือสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว)

ถ้ามองที่จุดร่วมกันของกริยาทั้ง3กลุ่มที่ใช้คำช่วยにแสดงสถานที่ สิ่งที่มีเหมือนกันก็คือ การแสดงสภาพ
ส่วนでใช้กับกริยาแสดงการกระทำ
แต่กริยาฉับพลันเป็นเหมือนลูกครึ่งระหว่างกริยาแสดงสภาพและกริยาแสดงการกระทำ กริยากลุ่มนี้เลยมีความสามารถแสดงทั้งอากัปกริยา การกระทำและสภาพด้วยขึ้นอยู่กับการผันกริยาไปตามaspectที่ต้องการจะบอก

ในหนังสือภาษาศาตร์ภาษาญี่ปุ่นที่แนนเรียนตอนปี1เขียนไว้ว่าสามารถลำดับเหตุการณ์ของกริยาฉับพลันได้ตามนี้ค่ะ
つもる > つもった> つもっている

つもる แน่นอนว่าแสดงการกระทำ(ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต)
ส่วนつもっているบอกสภาพที่เหลือให้เห็นใช่ไหมคะ
แล้วつもったที่อยู่ตรงกลางละคะ จะอยู่ฝั่งไหนดี บอกการกระทำหรือสภาพดี

แต่จากประโยคตัวอย่างข้างบน
羽の鳥がその枝に止まった。
เพราะว่าใช้กับคำช่วย に เลยคิดว่าแสดงสภาพค่ะ

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-6-28 22:34:32 |แสดงทั้งหมด
สวัสดีค่ะ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัดแนน

การที่จะแสวงหาคำตอบที่แน่นอน ไม่ใช่การเรียนที่ถูกต้อง เพราะภาษาดิ้นได้ ตามบริบท
เช่น เห็นหิมะตก พออาจารย์เปิดหน้าต่างออกไปเห็นหิมะกองบนหลังคา
ถ้าอาจารย์บอกว่า あら、雪が積もった!
อาจารย์แสดงความแปลกใจ เพราะเผลอแป๊บเดียว หิมะกองบนหลังคา เมื่อพูดประโยคนี้
อาจารย์ใช้ ในความหมายเหมือนรถไฟวิ่งถึงจุดหมาย หรือ เป็นจุดคือถ้ายังไม่วิ่งจอดถึงชานชลา จะไม่เรียกว่าถึงจุดหมาย นี่คือ จุดที่แตกต่างระหว่าง หิมะที่ตกแต่ละลาย แต่พออาจารย์เห็นมันกอง ด้วยความแปลกใจดีใจ บอกคนในบ้านว่า อ้าว หิมะกองเป็นภูเขาเล็กๆให้เห็นเพียงชั่วพริบตาเดียว

แต่พอออกไปข้างนอก กลับมาหิมะก็ยังตก คราวนี้ หิมะกองที่เห็นยิ่งโตขึ้น
อาจารย์ก็พูดว่า たくさん積もっているね。
คราวนี้แหละ กริยาฉับพลันตัวนี้ กลายเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดจากฉับพลันมาให้เราเห็นผลของการที่มันกองเต็มให้เราเห็น
นี่คือ เหตุผลที่ว่าไม่เรียนท่องจำ ต้องเรียนให้เข้าใจว่า ผู้พูดมีความตั้งใจจะพูดอะไร

ต้องการสื่อความหมายอย่างไร หวังว่า คงไปปรับเปลี่ยนการเรียนให้ถูกต้องกว่านี้ ไม่เรียนลวกๆ อ่านลวกๆ จำผิดจำถูก หรือที่เรียกว่า จำอะไรไม่แม่นยำ เอาแพะมาชนแกะ เป็นต้น

หวังว่าคงเข้าใจ คำกริยาที่พูดและอธิบายให้ฟังแล้วนะคะ ถ้าไม่เข้าใจ แวะเข้ามาเรียนจนเข้าใจ ไม่เรียนแบบเข้าใจครี่ง แล้วก็จะเอาแต่ท่องจำ ถ้าเข้าใจ ไม่ว่าเรียนอะไร ไม่ว่าจะเรียนภาษาหรือเรียนอะไร ของยากก็กลายเป็นของง่าย เพราะเรามีพื้นฐานความเข้าใจ
ไม่สงสารสมองบ้างหรือ มีอะไรก็ยัดให้สมอง ท่องจำ จำ จำ จำ เก็บสมองไว้จดจำสิ่งที่เราเข้าใจ แล้วสมองจะเก็บเข้าแฟ้มให้ ไม่งั้น สมองก็ประท้วงไม่ยอมจำ เพราะสาระไม่เพียงพอกับการที่จะเก็บข้อมูลให้ เรียนอะไรท่องจำ ออกจากห้องสอบ ก็ลืมแล้วค่ะ
わかりまたか。

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-6-28 22:43:36 |แสดงทั้งหมด
อีกเรื่องคือ เรื่องคำช่วย เป็นอะไรที่น่าสนุก ท้าทายมาก แต่นักศึกษาไทย เก่งมาก ตั้งหน้าตั้งตาจะท่องจำใหได้
ท่องจำเท่าไร ก็ใช้ไม่ได้ผลเต็มที่ เพราะผิดบ้างถูกบ้าง

ถึงไล่ให้ไปอ่าน หนังสือไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น และ ภาษาญี่ปุ่น สนุก สิบเล่ม ที่แปลออกมาให้ รับรอง สงสัยอะไร มีในสองเล่มนี้ อย่างแน่นอน ส่วนเรื่องเฉพาะ เช่น คำวิเศษณ์ก็ต้องไปอ่านเล่มที่แปลกับ อจ ประภา แสงทองสุข สารพัดทำให้ วิ่งหาซื้อแต่อะไรทีเขียนอธิบาย คร่าวๆ อาจารย์อ่านแล้วก็ยังไม่เข้าใจ หรือวิ่งเข้าเว็บ เอาตัวอย่างมาแปะทั้งที่ยังไม่เข้าใจ และไม่รู้ว่าใช้ยังไง

การที่ไล่ให้ไปอ่านหนังสือสองเล่ม ก็เพราะมันมีคำตอบและพื้นฐานให้เรียนได้อย่างเข้าใจและสนุกเช่น

เช่น あそこ気があります。

赤い車はうちの前とまっている。
図書館待ってください。

ทำไมใช้ คำช่วย に ทำไมบางอันใช้ で ถ้าเข้าใจ เราไม่ต้องท่องจำ แถมใช้ได้อย่างมั่นใจด้วย
毎朝うちの近くの庭を歩きます。

อาจารย์เองก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมใช้ต่างกันมากมาย
เด็กวัดแนน เล่าให้อาจารย์ฟังหน่อย อาจารย์จะได้ไม่ต้องท่องจำและจะได้ใช้ได้ถูกต้อง

Rank: 4

โพสต์เมื่อ 2017-6-30 19:22:23 |แสดงทั้งหมด
สวัสดีค่ะอาจารย์ปรียา

แนนเข้ามาเพื่อแจ้งให้อาจารย์ทราบว่าแนนอ่านที่อาจารย์เขียนแล้วค่ะ แต่ยังไม่ค่อยกระจ่างชัดเท่าไหร่ รู้สึกว่าข้อมูลในสมองยังเรียบเรียงออกมาไม่ค่อยดี เพราะแนนรู้สึกว่าตัวเองยังเขียนอธิบายความเข้าใจตัวเองออกมาไม่ได้ แนนขอเวลาไปทำความเข้าใจ ประมวลผลทั้งหมดก่อนนะคะอาจารย์ เพราะตัวเองรู้สึกว่า รู้ว่าเรื่องราวหรือข้อมูลเป็นยังไง แต่ยังไม่กระจ่างเท่าไหร่  แต่ตรงไหนที่ยังไม่กระจ่างก็ยังบอกไม่ได้เหมือนกันค่ะ  ข้อมูลเก่ากับข้อมูลใหม่ยังไม่เชื่อมโยงกัน ถ้ายังเชื่อมโยงข้อมูลไม่ได้ แนนจะถือว่าแนนยังไม่เข้าใจค่ะ อีกอย่างคือ รู้สึกว่าข้อมูลเก่าตัวเองเนี่ย จะเรียนมาแบบผิดๆถูกๆด้วย ต้องไปเคาะๆคัดส่วนที่ไม่ถูกออกก่อนด้วย ไม่งั้นคงจะใส่ของใหม่เข้าไปไม่ได้

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-6-30 20:50:12 |แสดงทั้งหมด
สวัสดีค่ะ เด็กวัดทุกคน และเด็กวัดแนน

ถ้าเมื่อไรที่เรายังไม่รู้ว่าเราจะบอกว่าเราไม่เข้าใจตรงไหน หรือจะถามคำถาม ก็ไม่รู้จะถามยังไง แสดงว่า เรายังไม่เข้าใจ และไม่รู้จริง เรียนท่องจำมาผิดๆถูกๆ หรือ ท่องจำเก่งมาก แต่อธิบายเหตุผลไม่ได้ ดีแล้ว ที่สามารถประเมินตัวเองได้
คนที่เรียนเองไม่เป็น ไปไม่ได้ไกล เพราะเก่งแต่ท่องจำในตำราเรียน เพื่อให้คะแนนดี
อาจารย์ญี่ปุ่น บ่นกับอาจารย์เป็นประจำ จนอาจารย์หน้าชาไปหมดก็คือ นักศึกษาไทยที่ไปเรียนที่ญี่ปุ่น เรียนเอง ค้นคว้าเองไม่เป็น หาคำศัพท์หรือหาคำตอบจากดิกฯไม่ได้ ก็ไม่ทำ ไม่คิดต่อ คือ ไม่พยายามค้นคว้าหาคำตอบ เรียนไม่เป็น ถ้าไม่มีครูคอยป้อนให้กิน ก็แค่นั้นเอง คำตอบง่ายๆ
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

Archiver|Japanese Is Fun

GMT+7, 2017-9-20 12:40 , Processed in 0.054176 second(s), 8 queries .

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc.

TOP