Japanese! Board

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
คำค้นยอดนิยม: งานอีเวนท์ภาษาไทยdiscuz
เข้าชม: 297|ตอบกลับ: 1

นักแปรธาตุ ‘ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน’ [คัดลอกลิงค์นี้เพื่อนำไปแบ่งปัน]

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2016-5-25 21:45:10 |แสดงทั้งหมด

สวัสดีเด็กวัดทุกคน

    ก่อนอื่นขอขอบคุณ หนังสือที่ต้นกล้าแนะนำ เรื่อง “The Alchemist”  หรือฉบับแปลที่ ต้นกล้าเอามาโพสให้อ่าน คือ ‘ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน’  นวนิยายเล่มนี้ เขียนโดย Paulo Coelho (อ่านกันหลายแบบ เช่น เปาโล คูเอลญู, โคเอโย, โคเอลโย, ขออนุญาตไม่เขียนคำอ่านเป็นภาษาไทย)  

   

   หนังสือนวนิยายเล่มนี้เขียนโดยนักเขียนชาวบราซิล นวนิยายเล่มนี้ เป็นที่นิยมอย่างมาก ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆมาแล้วถึง 67 ภาษา (ตุลาคม, 2009) ข้อมูลจาก Wikipedia  (เวลาผ่านไปหลายปี คงอาจจะมีแปลเพิ่มเติมอีกก็ได้)


    ที่แวะเข้ามาโพสอีกครั้งเพราะหลังจากอ่านที่ ต้นกล้า เขียนแนะนำไว้แล้ว ก็เลยต้องรีบไปขอยืมหนังสือเล่มนี้จากห้องสมุดมาอ่าน แม้หนังสือเล่มนี้จะพิมพ์มาตั้งแต่ปี 1988 (26 ปีที่แล้ว) ซึ่งเป็นปีที่สาวน้อยเดินทางออกจากประเทศไทยไปทำงานที่ญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง เลยยังไม่ได้อ่าน ขอขอบคุณอีกครั้งที่ ต้นกล้า แนะนำ

   หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว อยากแนะนำต้นกล้า และน้องๆว่า หนังสือเล่มนี้ แปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษได้น่าอ่าน และอ่านง่ายมาก ไม่ต้องอ่านภาษาไทยก็ได้


   ใครที่อยากเป็นนักเขียนในอนาคต หรือใครที่อยากอ่านหนังสือนิยายที่น่าสนใจ มีคุณค่า ง่ายแก่การอ่านที่เป็นภาษาอังกฤษ ขอแนะนำหนังสือเล่มนี้ เพราะอ่านได้ง่ายจริงๆ เพียง 185 หน้า รวมประวัตินักเขียน Paulo Coelho

   

    รายละเอียดเนื้อเรื่องย่อ หาอ่านได้จากที่ ต้นกล้า เขียนโพสแนะนำไปแล้วได้ที่

     http://www.winbookclub.com/wormtalkdetail.php?topicid=2513


”The Alchemist”


     พอเริ่มเปิดหนังสือเล่มนี้อ่าน ทันทีจะรู้สึกว่า ”The Alchemist”  ดูเหมือนกับว่าเป็นเรื่องเกี่ยวความเชื่อทางศาสนาที่ผู้เขียนอยากเขียนให้อ่าน เพราะผู้เขียนจะพูดถึง “พระเจ้าผู้สร้าง”


   แต่พออ่านต่อไปเรื่อยๆ อ่านแล้ว เริ่มเห็นว่าหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่เรื่องเบาๆหรือเรื่องศาสนาที่คิดไว้  แต่กลับมีเนื้อหาที่ผู้เขียนสอดใส่ไว้แน่นทีเดียว ต้องค่อยๆอ่านตามผู้เขียนไป

  

    เนื้อเรื่องในเล่มนี้ มีตัวละครไม่กี่ตัว เขียนแบบค่อยๆเล่าเรื่องให้ผู้อ่านได้อ่านช้าๆแต่ต้องคิดตามและต้องตีให้แตกว่า จริงๆผู้เขียนอยากบอกอะไรและมีแนวความคิดอย่างไร


    จุดนี้อาจจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกับของต้นกล้า เพราะต้นกล้า ยังหนุ่มแน่นกว่าสาวน้อยเยอะ เห็นเขียนว่า“เดินเรื่องเร็วคล้ายดูภาพยนตร์”


   แต่สำหรับสาวน้อย อ่านไปต้องค่อยๆคิดตามไปว่า ผู้เขียนจะเสนอเนื้อเรื่อง ในแนวไหนกันแน่ เลยต้องค่อยๆใจเย็นๆ อ่านไปอย่างช้าๆ แล้วก็เริ่มรู้สึกว่า จังหวะการเล่าเรื่อง เริ่มเร็วมากขึ้น

    แต่อ่านแล้วต้องคิดตามไป ไม่งั้นอาจหลงทางได้ เพราะผู้เขียนแอบสอดไส้อะไรให้คิดแบบเงียบๆเกี่ยวกับปรัชญา ความคิด และความรู้เกี่ยวกับชีวิตไว้มากทีเดียว


  

    ขอยกตัวอย่าง ที่ตัวเองอ่านแล้ว ชอบในความคิดที่ลุ่มลึกของผู้เขียน ที่มองอะไรละเอียด หลากหลายและสอดแทรกความคิดไว้แน่น และมีสาระให้คิดในแต่ละบทของการสนทนา เช่น

     ในเรื่อง ตัวละคร ชื่อ ซานติเอโก เป็นชื่อของเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะ แต่ผู้เขียนไม่ใช้ชื่อของเขาเลย ใช้แต่เพียงเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะ หรือไม่ก็เด็กชาย

    เขาใฝ่ฝันว่าสักวันเขาจะเดินทางไปพิชิตขุมทรัพย์ให้ได้ แต่ในระหว่างทางชีวิตของเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะ เขาต้องประสบกับเหตุการณ์ต่างๆและมีโอกาสเจอคนหลากหลายที่สอนบทเรียนเกี่ยวกับชีวิตและการใช้ชีวิตให้แก่เขา

   

    ตั้งแต่ตอนแรกของหนังสือ ผู้เขียน เขียนแนะนำเกี่ยวกับเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะ ด้วยการเล่าให้ฟัง เรื่องที่พ่อของเขาต้องการให้เขาเป็นพระหรือหมอสอนศาสนา แต่เเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะกลับเลือกที่อจะเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าเป็นเด็กเลี้ยงแกะ จะได้เดินทางไปไหนมาไหนได้ และมีโอกาสเห็นสถานที่และคนมากมาย (ทำให้ผู้อ่านรู้ว่า เด็กหนุ่มคนนี้ ตั้งแต่เด็กเขาก็มีความฝัน ไม่ชอบอยู่กับที่ แม้จะเป็นเพียงความคิดในวัยเด็กก็ตาม)

   

    พอเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะไปขอทำงานที่ร้านขายแก้วคริสตัล เพราะต้องการหาเงินเดินทางไปปิระมิด

คำสนทนาของเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะกับพ่อค้าขายแก้วคริสตัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความคิดของพ่อค้าแก้วคริสตัล อ่านแล้วแตะใจมาก!

    ผู้เขียนสะท้อนให้เราเห็นความจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนบางคน ความเป็นจริงที่ว่า แทบทุกคนมีความฝันอยากทำโน่นทำนี่ แต่ในที่สุด ก็จบลงเพียงแค่ความฝันและจินตนาการเท่านั้น

     สาเหตุก็เพราะความกลัว และไม่กล้าเสี่ยงที่จะเดินตามฝัน!


    พ่อค้าขายแก้วคริสตัลบอกเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะว่า “เขาเพียง แค่อยากฝัน ว่าเขาเดินทางไปเมืองเมกกะ เขาฝันและจินตนาการเกี่ยวกับการเดินทางไปเมกกะมาเป็นพันครั้ง ในฝัน เขาฝันว่าเขาข้ามทะเลทราย และในที่สุดเดินทางไปจนถึงพล่าซ่าแห่งหินศักดิ์สิทธิ์…”

    ทั้งที่พ่อค้าคริสตัลเองใฝ่ฝันมาตลอดว่า สักวันเขาจะไปแสวงบุญที่เมืองเมกกะสักครั้ง แต่เขากลับไม่ได้เดินทางไปไหน นอกจากอยู่ในร้านขายแก้วคริสตัส ด้วยเหตุผลต่างๆ ที่เขาคิดว่าเขาเองยังไม่พร้อมด้านการเงิน ทั้งที่เขาเองรู้ดีและเล่าให้เด็กหนุ่มเลี้ยงแกะฟังว่า คนมากมายที่เดินผ่านหน้าร้านของเขาเพื่อเดินทางไปยังเมืองเมกกะนั้น หาได้เป็นคนร่ำรวยมากกว่าเขา แต่เขาเหล่านั้นเดินทางไปเมกกะกันทั้งนั้น...  

      


Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2016-5-25 21:45:32 |แสดงทั้งหมด
ทำไม ไม่อยากไปแมกกะหรือ
     เด็กหนุ่มเลี้ยงแกะถามเขาด้วยความสงสัยพ่อค้าขายแก้วคริสตัลบอกเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะว่า “เขากลัวว่า ถ้าเขาเดินตามฝันและทำได้จริงตามฝันแล้ว เขาคงไม่มีเหตุผลใดที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป!
  
    นอกจากนั้น ยังมีคำสอนที่เด็กหนุ่มเลี้ยงแกะพบกษัตริย์
    กษัตริย์สอนเขาว่า “Never stop dreaming” (เจ้าอย่าได้หยุดฝัน!)
    ในเรื่องกษัตริย์ยังได้สอนเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะเรื่องการใช้ชีวิตอะไรอีกมากมาย เช่น สอนให้เขาตระหนักในความจริงที่ว่า มนุษย์ทุกคนล้วนแล้วแต่มีชะตากรรมที่แต่ละคนต้องบรรลุ
     จากคำสอนต่างๆของกษัตริย์นี้เอง ทำให้เด็กหนุ่มเลี้ยงแกะเกิดความมุ่งมั่นที่จะยังคงต้องการเดินตามความฝัน ถึงขั้นที่เขาตัดสินใจยอมขายแกะที่เขามีอยู่ทั้งหมด เพื่อออกเดินทางแสวงหาความฝัน ความฝันที่จะได้เดินทางไปสู่ปิรามิดเพื่อค้นหาขุมทรัพย์ที่เขาใฝ่ฝัน

     หนังสือเล่มนี้เขียนอะไรหลายๆอย่างที่ น้องๆที่ริอยากเป็นนักเขียนหรืออยากเป็นนักเขียนอาชีพในอนาคตก็ตาม ต่างเวียนกันแวะเข้ามาถามคำถาม คุณ วินทร์ ด้วยความรู้สึกที่ว่า บางครั้งน้องๆ คงเริ่มไม่แน่ใจ ท้อถอย และกลัวว่าจะทำไม่ได้สำเร็จตามที่ตั้งความฝันไว้ก็ได้

      ในหนังสือ ผู้เขียน เขียนไว้ชัดว่า
      ส่วนใหญ่มนุษย์ผู้ซึ่งมีความฝัน ล้วนแล้วแต่กลัวว่า คงอาจจะเดินทางไปไม่ถึงสุดของความฝัน จากความกลัว ทำให้จิตใจเกิดความโลเล และลังเลใจ จนบางครั้ง หลายต่อหลายคน จำต้องล้มเลิกความตั้งใจที่จะเดินไปให้ถึงฝัน เพราะความกลัวไปไม่ถึงความฝัน!
   
     แต่ในหนังสือ ผู้เขียนบอกไว้ชัดเจนว่า
   ” When you want something, all the universe conspires to help you achieve it”    (เมื่อเจ้าต้องการหรือปรารถนาบางสิ่งบางอย่าง จักรวาลทั้งหมด จะพร้อมใจช่วยให้เจ้าบรรลุสิ่งที่เจ้าปรารถนาได้)
    (ดังนั้น เจ้าจงให้พยายามเดินหน้าต่อไปให้ถึงสุดของความฝัน)
   

   หนังสือเล่มนี้ยังมีคำศัพท์มากมายที่อ่านแล้วต้องเอาไปคิดต่อยอดความคิดต่อ เช่น
    Omen (ลาง/นิมิต) ในหนังสือ คือ “ลาง” หรือ “นิมิต” ซึ่งอาจจะเป็นลางดีก็ได้ ลางไม่ดีก็ได้ ตามความเชื่อของคนทั่วไป หาอ่านได้จากในหนังสือนี้ เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆที่ส่อเค้า ลางดี หรือไม่ดี ให้เรารู้ก่อนได้
    Personal Legend (ตำนานส่วนบุคคล) ที่ว่านี้ หมายถึงอะไร
    จากการอ่านเรื่องนี้ ให้ข้อคิดว่า แม้แต่เด็กหนุ่มเลี้ยงแกะก็ยังสร้าง Personal Legend (ตำนานส่วนบุคคล) ของตัวเองได้ ถ้าไม่ล้มเลิกความฝันของตัวเองเสียก่อน

   The Language of the World (ภาษาของโลก) ที่เด็กหนุ่มเลี้ยงแกะเรียนรู้ทั้งจากนักแปรธาตุที่
ว่าการที่จะเรียนรู้ภาษาของโลกได้นั้น จะต้องเรียนรู้ด้วย “หัวใจและด้วยความรัก(ความทุ่มเท)” ตลอดจน “ภาษาใจ” ที่เขาเรียนรู้จากฝูงแกะที่เขาเลี้ยงมา โดยไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาพูดใดๆ แต่ใช้สายตา และภาษาที่สื่อจากใจ ที่เขาสื่อกับแกะได้ เพราะอยู่กับแกะทุกวัน จนต่างฝ่ายต่างสื่อภาษาใจกันได้

    Beginner’s luck (โชคลาภของมือใหม่) หลังจากที่เด็กหนุ่มเลี้ยงแกะผ่านอุปสรรค ถูกหลอกมาหลังครั้งแล้วก็ตาม แต่จากการที่เขาได้เจอพ่อค้าแก้วคริสตัล เขาของานทำเพื่อจะได้มีเงิน แต่เขาไม่ได้เพียงทำงานไปวันๆ แต่เขาสร้างความคิดใหม่ของตัวเองขึ้น ทำให้พ่อค้าแก้วคริสตัลที่ธรรมดาแทบจะขายแก้วคริสตัลไม่ได้ และไม่ค่อยมีคนยอมเดินไปบนยอดเขาเพื่อซื้อแก้วคริสตัลที่ร้านเขา พอเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะ เอาแก้วคริสตัลมาวางขายหน้าร้าน มีคนแวะมาซื้อแก้วคริสตัลกันเพิ่มมากขึ้น จากความคิดใหม่ของเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะที่พ่อค้าแก้วคริสตัลไม่เคยคิดทำ
   
    จากจุดเริ่มต้นของความมีโชคของมือใหม่อย่างเขา ทำให้เขามีความมั่นใจและทำงานหนัก คิดหาวิธีที่ขายแก้วคริสตัลได้จำนวนมาก เช่น เอาน้ำหวานใส่ในขวดแก้วคริสตัล ทำให้พ่อค้าแก้วคริสตัล ให้เงินเขามากขึ้น และตัวเขาเองก็พยายามเก็บเงินเพื่อเดินตามฝันต่อไปจนได้

   หนังสือ “The Alchemist” เล่มนี้ ให้ข้อคิดมากมาย  
    เวลาที่อ่านเนื้อหาคำว่า "ชะตากรรม" ในเล่มนี้ อย่าได้เข้าใจผิดว่า ผู้เขียนใช้ คำว่า "ชะตากรรม"  เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดมาโดยพระเจ้าเรียบร้อยแล้ว เราจะไปเปลี่ยนอะไรกับชะตากรรมไม่ได้
   คิดว่า “ชะตากรรม” ที่ผู้เขียนใช้ หลักทางศาสนามาใช้ในเล่มนี้ก็คือ "ชะตากรรม"  เป็นสิ่งที่ตัวเราเองสร้างขึ้นเอง ไม่ใช่พระเจ้าเป็นคนหยิบยื่นหรือกำหนดไว้แล้ว
    สิ่งที่เราอยากเป็นอะไร หรือสิ่งที่เราอยากได้ สิ่งนั้นแหละ คือ "ความฝันอันยิ่งใหญ่ของตัวเราเอง และของมนุษย์โลก"
     สำหรับคนที่มความเชื่อทางศาสนา เชื่อว่า พระเจ้า เพียงแค่เตรียมทางให้เรา ถ้าเราพยายาม เราก็จะได้เดินทางสายนั้น ถือเป็น ชะตากรรมที่ เตรียมไว้ให้เราเดิน  แต่คนที่จะเดินทางนี้หรือไม่ ก็คือ ตัวเอง ไม่ใช่ใครอื่น!
    อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมากก็คือ ตอนที่เด็กหนุ่มเลี้ยงแกะถามชายแก่ว่า “คำโกหกที่ยิ่งใหญ่ในโลกมโหฬาร คืออะไร”
    ชายแก่ตอบคำถามข้อข้องใจให้แก่เขาได้เข้าใจง่ายๆว่า

    "ในบางครั้ง และบางช่วงของชีวิตของเรา เราอาจจะคุมสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตไม่ได้ หรือในบางช่วงของชีวิตของเรา เราอาจจะทำอะไรผิดพลาด จนตั้งตัวหรือคุมเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตไม่ได้ และแล้วชีวิตของเราก็ต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุม(หรือตกเป็นทาส) ของ “โชคชะตาหรือชะตากรรม”
     นั่นแหละ เป็นคำโกหก คำโตที่ยิ่งใหญ่มโหฬารที่สุดในโลก!"

ขุมทรัพย์อะไร
    ขุมทรัพย์ที่เด็กหนุ่มเลี้ยงแกะใฝ่ฝันและค้นพบคือ อะไร จากหนังสือที่อ่านเล่มนี้ หลังจากอ่านจบคงตอบตัวเองได้ว่าคืออะไร
    แม้ว่าขุมทรัพย์ที่เด็กหนุ่มเลี้ยงแกะค้นพบ อาจจะไม่ได้หวือหวาหรือใหญ่โตมากมายก็ตาม
    แต่อย่าลืมว่า ในระหว่างทางของการเดินทางไปสู่ความฝันของเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะ สิ่งสำคัญที่เขาได้ค้นพบและเรียนรู้ระหว่างการเดินทางของชีวิตของเขา เพื่อไปสู่ความฝันของเขานั้น เป็นบทเรียนชีวิตที่มีค่าที่เขาหาเรียนไม่ได้จากโรงเรียน หรือที่ไหน ถ้าเขาไม่กล้า และไม่ก้าวออกไปค้นหาคำตอบเอง  สิ่งที่เขาเรียนรู้ระหว่างทางจึงมีความสำคัญมากเช่นกันในการที่จะเดินไปให้สุดฝัน สิ่ง นั่นก็คือ “ขบวนการ”
  
    เมื่อเขาผ่าน “ขบวนการ” ที่เข้ามาผ่านสิ่งต่างๆที่เข้ามาในระหว่างทางชีวิตของเขา เมื่อผ่านพ้นไปได้ ท้ายที่สุด เด็กหนุ่มเลี้ยงแกะก็จะเดินทางไปสุดฝันของเขาได้สำเร็จ นั่นคือ “ความสำเร็จ” ซึ่งเป็นผลจากความพากเพียรพยายาม
   ถ้าขาดซึ่ง “ขบวนการ” หรือถ้าเรามองข้ามความสำคัญของ“ขบวนการ” ไป การที่คนๆหนึ่งจะเดินทางไปสู่ความฝันได้ก็คงยากลำบากทีเดียว เพราะหนทางที่จะเดินทางไปให้สุดฝัน ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความอดทน ต้องเรียนรู้ และต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมัน
   การเดินทางของชีวิต จึงจำเป็นต้องมีการตระเตรียมมากมายหลายอย่างจึงจะทำได้สำเร็จได้ในที่สุด
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

Archiver|Japanese Is Fun

GMT+7, 2017-9-20 12:41 , Processed in 0.066058 second(s), 9 queries .

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc.

TOP